สหรัฐฯ และเดนมาร์ก บรรลุข้อตกลงกรีนแลนด์ ที่ทรัมป์ระบุว่าจะทำให้สหรัฐฯ จะได้รับ "การควบคุมความมั่นคงถาวร"

ที่มาของภาพ, Getty Images
- Author, โอลิเวอร์ โอคอนเนลล์
- Author, แม็กซ์ แมตซา
- Author, เอเดรียน เมอร์เรย์
- Reporting from, Copenhagen
- Published
- เวลาอ่าน: 5 นาที
สหรัฐอเมริกาและเดนมาร์กประกาศบรรลุข้อตกลงด้านความมั่นคงของกรีนแลนด์แล้ว โดยข้อตกลงนี้ช่วยยุติข้อพิพาททางการทูตซึ่งปะทุขึ้นจากคำขู่ของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ที่เคยกล่าวว่าจะเข้ายึดครองดินแดนดังกล่าวด้วยการใข้กำลัง
นาโต ระบุว่าข้อตกลงนี้จะช่วยสร้างเสถียรภาพให้กับภูมิภาค ขณะที่ทรัมป์กล่าวว่าเดนมาร์กจะมอบ "การควบคุมถาวรเหนือความมั่นคงและทุกความจำเป็นอื่น ๆ" ในดินแดนกึ่งปกครองตนเองของเดนมาร์กแห่งนี้ในแถบอาร์กติก ให้แก่สหรัฐฯ
ผู้นำของเดนมาร์กและกรีนแลนด์ต่างยินดีกับข้อตกลงเพื่อ "เสริมสร้างความมั่นคง" โดยระบุว่าการลงนามอาจเกิดขึ้นในสัปดาห์หน้า แต่ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดที่ระบุในข้อตกลง
เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ขู่มานานหลายเดือนว่าจะ "ยึด" กรีนแลนด์โดยอ้างเหตุผลด้านความมั่นคงแห่งชาติ พร้อมชี้ถึงจุดยุทธศาสตร์ของเกาะแห่งนี้เพื่อประโยชน์ด้านการป้องกันประเทศและทรัพยากรแร่ธาตุ
ปัจจุบันยังไม่มีการเผยแพร่เนื้อหาของข้อตกลงดังกล่าว โดยทรัมป์ระบุในโพสต์บนแพลตฟอร์ม ทรูธ โซเชียล (Truth Social) ว่าข้อตกลงนี้ "สหรัฐอเมริกาไม่เสียอะไร" และจะทำให้สหรัฐฯ มีอำนาจ "ในการทำสิ่งที่จำเป็น" เพื่อ "รักษาและปกป้องความมั่นคงของกรีนแลนด์"
เขาระบุว่าข้อตกลงนี้ยังรวมถึงกฎที่ไม่อนุญาตให้ฝ่ายที่เป็นปรปักษ์ของสหรัฐฯ คงกำลังทหารไว้ในกรีนแลนด์ หรือ "ทำการลงทุนที่มีความอ่อนไหวในกรีนแลนด์ โดยไม่ได้รับอนุมัติเป็นลายลักษณ์อักษรอย่างชัดแจ้งจากเรา"
โฆษกนาโตกล่าวว่า พันธมิตรทางทหารยินดีกับข้อตกลงดังกล่าว ซึ่งจะ "ช่วยส่งเสริมความมั่นคง เสถียรภาพ และความร่วมมือในภูมิภาคที่สำคัญยิ่งนี้"
เมตเต เฟรเดอริกเซน นายกรัฐมนตรีเดนมาร์ก กล่าวว่าเธอ "ยินดีที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดข้อตกลงที่ดี" สำหรับทั้งสามฝ่าย ซึ่งคาดว่าจะมีการลงนามในการประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติ ในสัปดาห์หน้า
ข้อตกลงนี้ "เสริมสร้างความมั่นคงร่วมกันของเราในแถบอาร์กติกและพื้นที่มหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ" พร้อมทั้งรับรอง "อธิปไตย บูรณภาพแห่งดินแดนของราชอาณาจักร และสิทธิในการกำหนดอนาคตตนเองของชาวกรีนแลนด์" เธอกล่าวในแถลงการณ์ร่วมกับ เจนส์-เฟรเดอริก นีลเซน นายกรัฐมนตรีกรีนแลนด์
แถลงการณ์ดังกล่าวยังระบุด้วยว่า ข้อตกลงนี้ยังคงต้องผ่าน "กระบวนการทางรัฐสภาที่จำเป็นเพื่อให้มีผลบังคับใช้" เมื่อมีการลงนามแล้ว
นีลเซนกล่าวว่าเป็น "เรื่องที่น่าพึงพอใจที่เรากำลังจะเข้าทำข้อตกลงที่รับประกันและเสริมสร้างความมั่นคงให้กับกรีนแลนด์ ราชอาณาจักรเดนมาร์ก สหรัฐอเมริกา และพันธมิตรตะวันตก"
"ข้อตกลงนี้ยอมรับผลประโยชน์ของกรีนแลนด์และจุดยืนของเราในความร่วมมือระหว่างประเทศ มันเป็นประโยชน์ต่อเราทุกคน" เขากล่าว
ในขณะเดียวกัน เอมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส กล่าวว่าข้อตกลงดังกล่าวช่วย "ยืนยันอธิปไตยของเดนมาร์ก" เหนือเกาะแห่งนี้อีกครั้ง
สำนักข่าวเอเอฟพี (AFP) อ้างคำพูดของมาครงว่า "ผมเพียงแค่ทราบว่าอธิปไตยของเดนมาร์กได้รับการเคารพ กฎหมายระหว่างประเทศได้รับการเคารพ และนี่คือสิ่งที่เราเรียกร้อง ดังนั้นมันจึงเป็นเรื่องที่ดี"

ที่มาของภาพ, Getty Images
ทรัมป์พยายามมานานหลายเดือนในการซื้อหรือผนวกดินแดนกึ่งปกครองตนเองแห่งนี้ โดยอ้างว่ามีความเปราะบางต่อฝ่ายที่เป็นปรปักษ์ ซึ่งรวมถึงรัสเซียและจีน
การเรียกร้องซ้ำแล้วซ้ำเล่าของเขาที่จะยึดครองกรีนแลนด์เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมา ได้จุดชนวนให้เกิดกระแสต่อต้านอย่างรุนแรงจากชาวกรีนแลนด์ ชาวเดนมาร์ก และสมาชิกนาโตชาติอื่น ๆ
แต่ก็มีความหวังว่าวิกฤตการณ์ดังกล่าวได้สิ้นสุดลงแล้ว โดยสื่อเดนมาร์กบางสำนักตีความข้อตกลงนี้ว่าเป็นชัยชนะที่เงียบเชียบแต่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทูตของประเทศ
"อย่าบอกทรัมป์นะว่าราชอาณาจักรเดนมาร์กเป็นฝ่ายชนะ" พาดหัวข่าวฉบับหนึ่งในหนังสือพิมพ์ เบอร์ลิงสเก (Berlingske) เมื่อวันเสาร์ระบุไว้
"ทรัมป์ไม่ได้กรีนแลนด์ไป แต่เขาได้รับอนุญาตให้วิ่งรอบชัยชนะบนโซเชียลมีเดีย" ผู้สื่อข่าวชาวอเมริกันประจำหนังสือพิมพ์โพลิติเกน (Politiken) ของเดนมาร์ก เขียนไว้ บูรณภาพแห่งดินแดนคือเส้นตายสำหรับเดนมาร์กและกรีนแลนด์ และประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็ไม่ได้เอ่ยถึงการเปลี่ยนมือของดินแดนแต่อย่างใด
ยังไม่เป็นที่แน่ชัดว่ามีการตกลงสัมปทานหรือข้อเสนอจูงใจใด ๆ หรือไม่ และในกรีนแลนด์ ประชาชนบางส่วนก็ยังคงรู้สึกกังวล
"[นี่คือ] ข่าวที่เราทุกคนต่างเฝ้ารอคอย" นาจา นาธานีเอลเซน สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เขียนบนโซเชียลมีเดีย แต่เธอเสริมว่า "เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งที่ข้อตกลงใด ๆ จะต้องรักษาสิทธิในการกำหนดอนาคตตนเองของเราไว้"
อดีตนักการเมืองชาวกรีนแลนด์ อาชา เคมนิทซ์ กล่าวว่าเธอดั้งตารอให้ข้อตกลงนี้เสร็จสมบูรณ์ แต่ "จนกว่าจะถึงตอนนั้น ฉันก็ยังคงรู้สึกเคลือบแคลงใจอยู่"
"ฉันไม่ค่อยมีความเชื่อมั่นในตัวทรัมป์เท่าไหร่" เธอกล่าว

ยังไม่มีการเผยแพร่เนื้อหาของข้อตกลงดังกล่าว โดยทางบีบีซีได้ติดต่อสถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำสหรัฐอเมริกาและทำเนียบขาวแล้ว
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ที่ไม่เปิดเผยชื่อได้สรุปสาระสำคัญของข้อตกลงนี้โดยไม่ได้ลงรายละเอียดเชิงลึก
หนึ่งในข้อกำหนดที่เห็นพ้องร่วมกันคือ ข้อตกลงนี้จะไม่มีวันหมดอายุ แม้ว่ากรีนแลนด์จะกลายเป็นประเทศเอกราชในอนาคตก็ตาม
เจ้าหน้าที่ระบุเพิ่มเติมว่า ภายใต้ข้อตกลงดังกล่าว สหรัฐฯ มีอำนาจฝ่ายเดียวในการสร้างโครงสร้างทางทหารเพิ่มเติมโดยไม่ต้องขออนุมัติจากกรีนแลนด์หรือเดนมาร์ก ซึ่งรวมถึง "สิทธิในการเข้าถึง การตั้งฐานทัพ และการบินผ่านอย่างถาวร"
นอกจากนี้ ยังห้ามไม่ให้ประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิกนาโตสร้างฐานทัพในกรีนแลนด์ และ "ห้ามไม่ให้ชาติที่เป็นปรปักษ์ทำการลงทุนในกรีนแลนด์ซึ่งอาจเป็นภัยคุกคามต่อสหรัฐอเมริกา"
เจ้าหน้าที่รายนี้กล่าวเสริมว่า ภายใต้สถานะที่เป็นอยู่ปัจจุบัน ชาติที่เป็นปรปักษ์ได้รับอนุญาตให้ลงทุนใน "ภาคส่วนที่ละเอียดอ่อน" ของกรีนแลนด์ได้ "โดยไม่มีการคัดกรองการลงทุน"
เจ้าหน้าที่ได้เจาะจงพาดพิงถึงรัสเซียและจีน โดยระบุว่าข้อตกลงนี้จะปิดกั้นไม่ให้ประเทศทั้งสองส่งทหารเข้ามาประจำการหรือทำการลงทุนใน "ภาคส่วนที่ละเอียดอ่อน"
เนื่องจากยังไม่มีการเผยแพร่เนื้อหาอย่างเป็นทางการ จึงยังไม่ชัดเจนว่าข้อตกลงนี้มีความแตกต่างจากข้อตกลงปี 1951 กับเดนมาร์กอย่างไร ซึ่งภายใต้ข้อตกลงเดิมนั้น สหรัฐฯ สามารถส่งทหารจำนวนเท่าใดก็ได้ไปยังกรีนแลนด์
ปัจจุบันสหรัฐฯ มีกำลังพลทางทหารประจำการอยู่อย่างถาวรมากกว่า 100 นาย ณ ฐานทัพพิทุฟฟิก (Pituffik) ทางปลายสุดด้านตะวันตกเฉียงเหนือของดินแดนดังกล่าว
ทรัมป์เคยระบุว่ากรีนแลนด์มีความจำเป็นอย่างยิ่งต่อแผนการของเขาในการสร้างระบบป้องกันภัย "โกลเดน โดม" (Golden Dome) ซึ่งออกแบบมาเพื่อปกป้องสหรัฐฯ จากการโจมตีด้วยขีปนาวุธจากรัสเซียและจีน และระบุว่าชาติพันธมิตรยุโรปสามารถเข้ามาให้ความร่วมมือในความพยายามนี้ได้
เกาะแห่งนี้ยังมีทุนสำรองแร่หายากจำนวนมหาศาล ที่ส่วนใหญ่ยังไม่ได้ถูกนำมาใช้ประโยชน์ ซึ่งแร่เหล่านี้หลายชนิดมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อเทคโนโลยีต่าง ๆ รวมถึงการผลิตโทรศัพท์มือถือและรถยนต์ไฟฟ้า































