"วินัยคือสิ่งที่ทำให้คุณก้าวไปข้างหน้า" อลิซ สมบัติ นักฟุตบอลหญิงทีมชาติฝรั่งเศสเชื้อสายไทย ที่สโมสรชั้นนำต่างต้องการตัว

ที่มาของภาพ, Tottenham Hotspur/ handout
- Author, วศินี พบูประภาพ และ นงนภัส พัฒน์แช่ม
- Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
- Published
- เวลาอ่าน: 8 นาที
ชื่อของอลิซ สมบัติ นักฟุตบอลเชื้อสายไทยวัย 22 ปี ปรากฏบนหน้าสื่อหลายสำนักเมื่อช่วงสองเดือนที่ผ่านมา เมื่อทีมท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส สโมสรฟุตบอลชื่อดังในอังกฤษ ดึงตัวเธอมาร่วมทีมด้วยค่าตัวที่ทุบสถิติทีมฟุตบอลหญิงของสโมสร
นี่ไม่ใช่สถิติแรกของเธอ เพราะนักเตะตำแหน่งกองหลังคนนี้ยังเป็นผู้เล่นเชื้อสายไทยรายแรกที่คว้าแชมป์ยูฟ่า วีเมนส์ แชมเปียนส์ ลีก หลังร่วมเล่นให้กับทีมโอลิมปิก ลียง ซึ่งคว้าชัยในฤดูกาล 2021/22 และเธอยังได้รับเลือกให้ติดทีมชาติฝรั่งเศสชุดใหญ่ในปี 2024
กว่าที่เธอจะมาสู่จุดที่สโมสรฟุตบอลชั้นนำในยุโรปต้องการตัว เส้นทางของเธอเป็นอย่างไร บีบีซีไทยสัมภาษณ์พิเศษ อลิซ สมบัติ ทางออนไลน์ในขณะที่เธออยู่ในช่วงเก็บตัวฝึกซ้อมกับสเปอร์สที่ประเทศสเปนก่อนฤดูกาลแข่งขันหลังจากที่เธอเพิ่งย้ายไปเล่นให้กับสโมสรนี้
จุดเริ่มต้นเส้นทางอาชีพนักฟุตบอล

ที่มาของภาพ, Alice Sombath/ handout
ประวัติของอลิซตามที่เขียนไว้บนเว็บไซต์ของสโมสรท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส หรือที่คนไทยมักคุ้นเคยในชื่อย่อว่า "สเปอร์ส" อลิซเกิดที่จังหวัดวาล-เดอ-มาร์น ทางตะวันออกเฉียงใต้ของกรุงปารีส พ่อและแม่ของเธอเป็นชาวไทยที่ย้ายไปอยู่ที่ฝรั่งเศส จุดเริ่มต้นของเส้นทางลูกหนัง อลิซบอกว่าเธอได้รับแรงบันดาลใจจากการที่ได้ติดตามดูพี่ชายที่ฝึกฟุตบอลมาก่อน
"พ่อและแม่ของฉันเป็นคนไทยค่ะ แม่ของฉันมาจากชลบุรี ฉันก็เลยกลับไปที่นั่นบ้างบางครั้งในช่วงวันหยุดพักผ่อน ได้กลับไม่บ่อยมากเพราะว่าเราไม่ได้มีวันหยุดมากมาย แต่เมื่อไรก็ตามที่มีโอกาส ฉันจะกลับไปที่นั่น" เธอให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยเป็นภาษาฝรั่งเศส ถึงพื้นเพครอบครัวก่อนที่จะย้ายมาอาศัยและตั้งรกรากอยู่ในฝรั่งเศส
"เขา (พี่ชาย) เล่นฟุตบอลมาก่อนฉันอีกค่ะ ฉันตามไปด้วยในทุกการฝึกซ้อมของเขาเลย และมันทำให้ฉันอยากเริ่มเล่นด้วย" อลิซย้อนเล่า "ตอนแรกที่พ่อพาพี่ชายฉันไปฝึก ฉันจะเป็นผู้รักษาประตูให้ และมันก็เริ่มกลายเป็นความสนุกที่ได้เล่น"
เธอบอกว่าเธอเริ่มมาเล่นฟุตบอลอย่างจริงจังตอนที่อายุ 7-8 ขวบ โดยเล่นให้กับสโมสรในเขตอาร์เกยของจังหวัดวาล-เดอ-มาร์น "ตอนแรกมันก็แค่เพื่อความสนุกสนาน... แต่เมื่อฉันเล่นไปเรื่อย ๆ ฉันก็อยากไปต่อกับกีฬานี้จริง ๆ" เธอกล่าว
อลิซในวัยเด็กได้ลงเล่นให้กับสโมสรในท้องถิ่นของเธออยู่สองฤดูกาล ก่อนที่จะไปเตะตาทีมปารีส เอฟซี และต่อมาได้ก้าวเข้าสู่หนึ่งในสโมสรที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่างปารีส แซงต์-แชร์กแมง
สโมสรสเปอร์สระบุด้วยว่า ในวัย 15 ปี เธอกลายเป็นกำลังสำคัญของทีมรุ่นอายุต่ำกว่า 19 ปี และช่วยทีมคว้าแชมป์ในการแข่งขันฟุตบอลหญิงเยาวชนชิงแชมป์ประเทศฝรั่งเศส รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี (Championnat National Féminin U19) ในปี 2019
ด้วยผลงานที่โดดเด่นจากการเล่นในระดับเยาวชน ทำให้เธอได้เซ็นสัญญาอาชีพกับทีมโอลิมปิก ลียง หนึ่งในสโมสรฟุตบอลหญิงที่ประสบความสำเร็จและมีชื่อเสียงมากที่สุดของยุโรปในปี 2020 ตอนที่เธออายุได้ 16 ปี
สิ่งที่ต้องแลกก่อนประสบความสำเร็จ
"ตอนที่ฉันเริ่มเรียนชั้นมัธยมฯ ต้น ฉันต้องย้ายโรงเรียนเพราะฟุตบอลตั้งแต่ตอนอยู่ชั้นปีที่ 5 (เทียบเท่า ม.2 ของไทย) เป็นต้นมา" นักฟุตบอลหญิงวัย 22 ปีกล่าวกับบีบีซีไทย
อลิซยอมรับว่าชีวิตของเธอในช่วงเวลานั้น "เหนื่อยมาก" เพราะเธอต้องตื่นตั้งแต่ตี 5 เพื่อเดินทางไปโรงเรียนให้ทันในแต่ละวัน และใช้เวลาช่วงเดินทางทั้งขาไปและขากลับในการทบทวนบทเรียน
"ฉันต้องขึ้นรถบัสตอน 6 โมงเช้าของทุกวัน เพื่อเดินทางหนึ่งชั่วโมงไปโรงเรียน ฉันกลับบ้านช้าเพราะการฝึกซ้อมจะเริ่มตั้งแต่ 6 โมงเย็นของทุกวัน และจะเสร็จตอนสองทุ่ม จากนั้นฉันจะนั่งรถบัสกลับบ้านและถึงบ้านราว ๆ ห้าทุ่ม ฉันคิดว่าประสบการณ์เหล่านั้นในวัยนั้น ส่งผลกระทบกับฉันมากที่สุด"
อลิซเล่าว่าเธอใช้ชีวิตแบบนี้อยู่สองปี ซึ่งก็มีช่วงเวลาที่เธอรู้สึกท้ออยู่บ้าง แต่เธอบอกตัวเองว่าสิ่งที่เธอทำอยู่มีเหตุผล เพราะเธออยากจะทุ่มเทให้กับการเรียนและฟุตบอลจริง ๆ
"ฉันไม่มีเวลาอยู่กับครอบครัวมากเท่าไร แต่ฉันก็ยังสนุกกับสิ่งที่ฉันทำได้ในโรงเรียน และทำได้ผ่านฟุตบอล" เธอบอก "ทุกวันนี้ฉันไม่เสียดายอะไรเลย เพราะฉันมาถึงตรงนี้ได้ในปัจจุบัน และฉันก็มีความสุขมาก ๆ" เธอกล่าวด้วยรอยยิ้ม

ที่มาของภาพ, Alice Sombath/ handout
ประสบการณ์ฝึกในฝรั่งเศส
อลิซเล่าให้บีบีซีไทยฟังว่าตอนที่เธออยู่ในสโมสรปารีส เอฟซี เธอมีตารางฝึก 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ในช่วงเวลาหลัง 18.00 น. แต่ต่อมาเมื่อเธอย้ายไปอยู่ในอะคาเดมีหรือสถาบันฝึกนักฟุตบอลเยาวชนของทีมปารีส แซงต์-แชร์กแมง เธอต้องอยู่หอพักทั้งสัปดาห์ มีแค่ช่วงสุดสัปดาห์ที่ได้ลงแข่ง และมีเพียงวันอาทิตย์ที่เธอจะมีเวลาให้ตัวเองและครอบครัว
"นั่นคือตอนที่ฉันคิดได้ว่า ฉันต้องไปให้สุด เพราะฉันเสียสละทั้งหมดนี้มาแล้ว ฉันจะหยุดอยู่แค่นั้นไม่ได้" เธอบอกโดยยกตัวอย่างการฝึกซ้อมของเธอในช่วงเวลานั้นมีตั้งแต่การฝึกเทคนิคต่าง ๆ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการฝึกจ่ายบอลกับเพื่อนร่วมทีม
เธอบอกว่าพ่อของเธอสนับสนุนเธอในเส้นทางนี้อย่างเต็มที่ เช่น การพาไปฝึกทักษะต่าง ๆ อย่างการวิ่งซิกแซ็กระหว่างเสาหรือศึกษาวิดีโอต่าง ๆ ทางออนไลน์และขอให้เธอลองทำตามด้วย
"ฉันคิดว่าพ่อทุ่มเทมาก ๆ เพื่อพัฒนาการของฉัน" อลิซกล่าว
ในการเคี่ยวกรำฝึกซ้อมเพื่อพัฒนาฝีเท้า นักฟุตบอลหญิงเชื้อสายไทยของสเปอร์สมองว่าสิ่งที่ยากที่สุดสำหรับเธอคือการฝึกความอึด เช่น การวิ่งต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก แต่การฝึกเช่นนี้ก็ทำให้ทักษะของเธอพัฒนาขึ้นจนสร้างความแตกต่างได้
การเป็นนักฟุตบอลอาชีพยังต้องเคร่งครัดเรื่องอาหารการกินที่นักกีฬาของสโมสรจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลของนักโภชนาการด้วย
อลิซบอกว่าสโมสรควบคุมดูแลอาหารการกินของนักเตะในสังกัด ซึ่งเธอบอกว่าทำให้ต้อง "ใส่ใจกับสิ่งที่จะกินมากขึ้น เลือกกินอาหารที่สดและดีต่อสุขภาพ" และ "ไม่กินตามใจหรือเข้าร้านอาหารสุ่ม ๆ"
"มันกลายเป็นนิสัยไปแล้วค่ะ กลายเป็นปกติ ปลา ผัก เนื้อสัตว์ โปรตีน ค่อนข้างจะเข้มงวดทุกอย่าง" อลิซ กล่าว
เป้าหมายหลังย้ายสโมสร

ที่มาของภาพ, Tottenham Hotspur/ handout
ความมุ่งมั่นของเธอเห็นผล อลิซได้ลงสนามกับทีมชุดใหญ่ของสโมสรโอลิมปิก ลียง ในการแข่งขันลีกสูงสุดของฟุตบอลหญิงในฝรั่งเศส (Premiere Ligue) ฤดูกาล 2021/22 ตั้งแต่ตอนที่อายุเพียง 17 ปี จากความนิ่งในการครองบอลและความเข้าใจเกมที่เกินวัย
รายงานของท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส ระบุด้วยว่า แม้ขณะนั้นเธอจะอายุยังน้อย แต่ก็ได้รับความไว้วางใจให้ลงเล่นกับทีมลียงชุดใหญ่รวม 12 นัด ซึ่งทีมของเธอในตอนนั้นได้กลับมาคว้าแชมป์ลีกอีกครั้ง หลังจากที่เคยเสียตำแหน่งแชมป์ให้กับปารีส แซงต์-แชร์กแมง ไปในฤดูกาลก่อน
เธอยังได้เริ่มลงสนามในการแข่งขันยูฟ่า วีเมนส์ แชมเปียนส์ ลีก (UEFA Women's Champions League) ในปี 2021 ด้วย โดยลงเล่นเป็นตัวสำรองและเล่นในรอบแบ่งกลุ่ม กระทั่งลียงคว้าแชมป์ได้เป็นสมัยที่ 8 ในปีนั้น ครองสถิติสโมสรในยุโรปที่คว้าถ้วยในการแข่งขันนี้ได้มากที่สุด และยังนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่นักเตะเชื้อสายไทยได้คว้าแชมป์ในการแข่งขันนี้
อลิซยังได้รับเลือกให้เล่นในนามทีมชาติฝรั่งเศสรุ่นอายุต่ำกว่า 16 ปี ในปี 2019 ตั้งแต่ตอนที่ยังอยู่กับปารีส แซงต์-แชร์กแมง โดยตอนนั้นเธออายุ 15 ปี ก่อนที่ต่อมาจะขยับไปอยู่ในรุ่นอายุที่โตขึ้นเรื่อย ๆ และถูกเรียกติดทีมชาติชุดใหญ่ในปี 2024

ที่มาของภาพ, Tottenham Hotspur/ handout
เมื่อวันที่ 21 ก.ค. ที่ผ่านมา ชื่อของอลิซปรากฏบนพื้นที่สื่ออีกครั้งเมื่อสโมสรท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์ส สโมสรชั้นนำของพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ประกาศว่าได้เซ็นสัญญาดึงตัวเธอเข้ามาร่วมทีม โดยทั้งสื่อไทยและสื่อต่างประเทศรายงานในขณะนั้นว่า เป็นการย้ายทีมด้วยค่าตัวสูงสุดเป็นสถิติใหม่สำหรับทีมฟุตบอลหญิงของสโมสรสเปอร์ส และบีบีซีไทยได้รับการยืนยันจากสเปอร์ส ผ่านทางผู้ประสานงานว่าเป็นข้อเท็จจริง
สำนักข่าวเดอะการ์เดียนรายงานในขณะนั้นว่า แม้จะไม่มีการเปิดเผยตัวเลขอย่างเป็นทางการ แต่ก่อนหน้านี้เคยมีรายงานสถิติเดิมที่สเปอร์ส เคยจ่ายเพื่อคว้าตัว ซิกเน่ กอปเซต เมื่อเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา มีค่าตัวอยู่ที่กว่า 375,000 ปอนด์ (กว่า 16.7 ล้านบาท) แต่ข้อมูลนี้บีบีซีไทยไม่ได้รับการยืนยันจากทางสโมสร
อลิซบอกกับบีบีซีไทยว่า เป้าหมายของเธอในการมาร่วมทีมสเปอร์สคือการ "คว้าชัยชนะให้ได้มากที่สุด ผ่านเข้ารอบแชมเปี้ยนส์ ลีก และคว้าถ้วยรางวัลด้วยกัน"
นอกจากนี้อลิซก็มีเป้าหมายส่วนตัวด้วยเช่นกัน
"อยากเดินหน้าต่อไปเรื่อย ๆ เก็บเกี่ยวประสบการณ์ รับบทบาทในทีมมากขึ้น และพัฒนาตัวเองต่อไปในฐานะผู้เล่น"
บีบีซีไทยถามอลิซว่า จากการคว้าแชมป์ที่ผ่าน ๆ มา ยังมีเป้าหมายใดอีกหรือไม่ที่อยู่ในใจและเธออยากไปให้ถึง เธอตอบว่า "ฉันอยากจะคว้าแชมป์ในนามทีมชาติฝรั่งเศส ฉันยังไม่ได้สิ่งนั้นเลยค่ะ และมันคงจะดีมากที่ได้คว้าถ้วยแชมป์กลับมา"
ความสนุก วินัย และการฝึกซ้อม - 3 ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จทีมฟุตบอลหญิง
ในวัย 22 ปีที่ได้ลงเล่นให้กับสโมสรระดับโลกทั้งในฝรั่งเศสและอังกฤษ อลิซมองว่าปัจจัยที่ส่งผลต่อความสำเร็จของทีมฟุตบอลหญิงมาจากความสนุกในการเล่นฟุตบอล วินัย และการฝึกซ้อม
"อย่างแรกเลยค่ะ เล่นฟุตบอลให้สนุกอยู่เสมอ เพราะนั่นคือสิ่งที่จะอยู่กับเราตลอด อย่างที่สองก็คือวินัย เพราะในบางวันที่มีแรงจูงใจน้อยกว่าปกติ วินัยคือสิ่งที่ทำให้คุณก้าวไปข้างหน้าและรักษามาตรฐานของคุณ อย่างที่สามก็คือ ความพยายามอยู่ที่ไหน ความสำเร็จอยู่ที่นั่น ฝึกซ้อม ฝึกซ้อม และฝึกซ้อม นั่นแหละค่ะคือสิ่งที่ต้องมี"
ในสามสิ่งนี้ สิ่งที่เธอมองว่าสำคัญมากที่สุดคือความสนุกในการเล่นฟุตบอล
"ลงเตะให้สนุกอยู่เสมอคือสิ่งที่สำคัญที่สุด" เธอกล่าว
เมื่อถามว่าในทัศนะของเธอ ทีมชาติไทยมีคุณสมบัติเหล่านี้หรือไม่
"ฉันคิดว่าถ้ามีทรัพยากรและการทุ่มเทสนับสนุนทั้งหมดนั้น ก็ใช่ค่ะ มันเป็นไปได้ [ที่จะประสบความสำเร็จ] ฉันรู้ว่าพวกเขาก็กำลังพัฒนากันอยู่ ดังนั้นมันก็น่าจะดีที่จะเดินตามแผนต่อไป และพัฒนาทีมฟุตบอลหญิงในไทยต่อไปค่ะ"
เมื่อถามว่าเธออยากฝากข้อความอะไรไปยังผู้หญิงชาวไทยที่กำลังไล่ตามความฝันอยู่แต่ยังทำไม่สำเร็จหรือไม่
อลิซตอบทันควันว่า "เหมือนกับฉันเลยค่ะ" และย้ำกับเราอีกครั้งว่า "ทั้งหมดมันเริ่มจากความสนุก และจากนั้นฉันก็มีเป้าหมายที่อยากจะไปไกลขึ้น"
"ถ้าคุณก็เป็นเหมือนกัน อย่าสงสัยในตัวเอง และทุ่มเทด้วยทุกสิ่งที่คุณมีไปเลยค่ะ" อลิซทิ้งท้าย
บทความโดยนงนภัส พัฒน์แช่ม สัมภาษณ์ในภาษาฝรั่งเศสโดยวศินี พบูประภาพ ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย































