นักวิจัยพบ ช้างใช้พืชสมุนไพรเพื่อรักษาตัวเอง

The image shows two elephants - a mother on the left and a small calf next to her on the right of the image. They appear to be eating forest plants. There is dense, green forest around them and their mouths are open as if mid-meal.

ที่มาของภาพ, Mount Elgon Foundation

คำบรรยายภาพ, ผู้เชี่ยวชาญในท้องที่บอกว่า ช้างใช้พืชที่ต่างกัน 35 ชนิด โดยจำนวนมากเป็นที่รู้จักในท้องถิ่นว่ามีสรรพคุณทางยา
    • Author, วิคตอเรีย กิลล์
    • Role, ผู้สื่อข่าววิทยาศาสตร์
  • Published
  • เวลาอ่าน: 5 นาที

ช้างแอฟริกาใช้พืชสมุนไพรหลายสิบชนิดเพื่อรักษาตัวเองและสมาชิกในโขลงเมื่อเจ็บป่วย

นี่คือข้อสรุปจากงานวิจัยซึ่งได้สัมภาษณ์ผู้คนที่อาศัยและทำงานร่วมกับช้างในเขตเทือกเขาเอลกอน (Elgon) ของประเทศเคนยา

นักวิทยาศาสตร์สนใจช้างเหล่านี้มานานจากพฤติกรรมอันน่าทึ่ง โดยพวกมันเป็นที่รู้จักในชื่อ "ช้างเหมืองเกลือ" เนื่องจากพวกมันมักเข้าไปในถ้ำ และใช้งาขูดหินเพื่อสกัดแร่ธาตุออกมาเป็นอาหาร

งานวิจัยที่เผยแพร่ล่าสุดนี้ชี้ว่า ช้างโขลงเดียวกันนี้ใช้พืชหลายชนิดในป่าเพื่อประโยชน์ทางการรักษาและเป็นยา

The image is in black and white - captured by a night vision camera. It is a slightly blurry image of a young elephant in a dark cave, apparently picking something up from the rocky floor in its trunk.

ที่มาของภาพ, Mount Elgon Foundation

คำบรรยายภาพ, กล้องดักถ่ายสามารถเก็บภาพช้างที่เข้าไปกินเกลือในถ้ำเป็นสารอาหารเสริมไว้ได้

หนึ่งในนักวิจัยหลักอย่าง ดร.เอโลดี ฟรายมันน์ จากมหาวิทยาลัยบราวน์ในสหรัฐฯ กล่าวว่า การศึกษานี้ทำให้เกิดคำถามว่า การทำลายถิ่นที่อยู่อาศัยในป่ากำลังทำให้ทั้งสัตว์และมนุษย์เข้าไม่ถึงยาที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตหรือไม่

"นี่แสดงให้เห็นว่ายาของเรามีความเชื่อมโยงกับโลกของสิ่งมีชีวิตอื่นมากเพียงใด" ดร.ฟรายมันน์ กล่าวกับบีบีซีนิวส์

ยาสำหรับลูกช้าง

The image shows an adult African elephant eating from a tree. It is surrounded by lush undergrowth and green forest. This is one of the Mount Elgon elephants that were studied for this new research.

ที่มาของภาพ, S Powles

คำบรรยายภาพ, นักวิจัยบอกว่า ป่าคือร้านขายยาตามธรรมชาติสำหรับช้าง

นักวิทยาศาสตร์ได้ทำงานร่วมกับมูลนิธิอนุรักษ์เทือกเขาเอลกอน (Mount Elgon Foundation) โดยสัมภาษณ์คนในพื้นที่ รวมถึงเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนสัตว์ป่าและผู้อาวุโสในชุมชน

คำบอกเล่าของผู้คนในพื้นที่ระบุว่า ช้างเลือกกินพืชบางชนิดตอนที่พวกมันดูเหมือนป่วย และยังมีรายงานว่าแม่ช้างให้พืชสมุนไพรแก่พวกลูกช้างด้วย

จากคำบอกเล่าดังกล่าว นักวิจัยสรุปว่าช้างใช้พืชที่ต่างกัน 35 ชนิด และในจำนวนนี้ 25 ชนิดเป็นที่รู้จักในท้องถิ่นว่ามีสรรพคุณทางยา

การศึกษาซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Scientific Reports ไม่ได้เปิดเผยชื่อผู้ให้สัมภาษณ์ โดยเลือกรักษาความเป็นนิรนามไว้เพื่อให้พวกเขาสามารถแบ่งปันเรื่องราวได้อย่างเต็มที่

คำบอกเล่าเหล่านี้เผยให้เห็นรายละเอียดหลายอย่างที่น่าสนใจ หนึ่งในเจ้าหน้าที่ลาดตระเวนสัตว์ป่าระบุว่าเคยเห็นช้างใช้พืชที่เรียกกันในท้องถิ่นว่า อังเกอร์วีท (Angurweet) "เป็นยาให้ลูกช้าง"

อังเกอร์วีทถูกนำไปใช้รักษาอาการต่าง ๆ รวมถึงอาการปวดท้อง โดยเจ้าหน้าที่เล่าว่าแม่ช้างเคี้ยวพืชชนิดนี้ "ขจัดใบออกไปและเคี้ยวมันร่วมกับรากไม้ชนิดอื่น ๆ จนละเอียด"

เขายังเล่าด้วยว่าเห็นแม่ช้างผสมพืชดังกล่าวกับน้ำนมของตัวเองก่อนป้อนให้ลูก ซึ่งลูกช้างจะเคี้ยวและคายกากส่วนที่เป็นของแข็งออกมา

ศาสตราจารย์ไมเคิล ฮัฟฟ์แมน นักวานรวิทยาจากมหาวิทยาลัยนางาซากิในญี่ปุ่น กล่าวว่าเรื่องนี้น่าสนใจมาก แต่ยังต้องมีหลักฐานเพิ่มเติมเพื่อพิสูจน์ว่าช้างให้การรักษาเฉพาะทางแก่ลูกของพวกมันจริง

นักวิทยาศาสตร์ได้เริ่มรวบรวมหลักฐานเพิ่มเติมแล้ว โดยมอบกล้องให้ผู้เชี่ยวชาญสัตว์ป่าในพื้นที่เพื่อบันทึกพฤติกรรมที่พบเห็น

พวกเขายังวิเคราะห์พืชที่ช้างใช้ด้วย เพื่อค้นหาตัวยาใหม่ ๆ ที่ช้างอาจค้นพบด้วยตัวมันเอง

ดร.ฟาเบียน ชูลทซ์ จากสถาบันแบร์นาร์ดน็อคเพื่อเวชศาสตร์เขตร้อน (Bernhard Nocht Institute for Tropical Medicine) ในเมืองฮัมบูร์ก เยอรมนี กล่าวว่า "องค์ความรู้ท้องถิ่นได้มอบแผนที่ให้เรา"

"ตอนนี้เราต้องการติดตามช้าง เพื่อศึกษาว่าพวกมันเลือกพืชบางชนิดเมื่อเกิดสถานการณ์ด้านสุขภาพเฉพาะบางอย่างหรือไม่ และพืชเหล่านั้นมีฤทธิ์ทางชีวภาพที่เกี่ยวข้องหรือไม่"

The image is a close-up of a person's hand carefully holding and displaying to the camera a small shoot from a plant. The plant has two pointed green leaves framing what appears to be a dark purple bud.

ที่มาของภาพ, Fabien Schultz

คำบรรยายภาพ, การศึกษานี้ชี้ว่าช้างใช้พืชที่แตกต่างกัน 35 ชนิด

โรงงานผลิตยาธรรมชาติ

สัตว์จำนวนมากรักษาตัวเองด้วยพืชและวิธีการตามธรรมชาติอื่น ๆ

บันทึกทางวิทยาศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดเกี่ยวกับการใช้ยารักษาตัวเองของช้างนั้น ย้อนกลับไปได้ถึงช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 3

คลอเดียส เอเลียน นักเขียนชาวโรมัน บันทึกไว้ในหนังสือชุดโบราณว่าด้วยธรรมชาติของสัตว์ที่ชื่อ เด เนทูรา แอนิมอลเลียม (De Natura Animalium) ว่าช้างตัวหนึ่งที่ได้รับบาดเจ็บจากหอกและลูกธนูได้กินดอกไม้และน้ำมันจากต้นมะกอก ก่อนจะฟื้นตัวอย่างสมบูรณ์

หลายศตวรรษต่อมา นักวิทยาศาสตร์กำลังศึกษาว่าเราสามารถเรียนรู้อะไรจากสัตว์ป่าเกี่ยวกับคุณสมบัติของพืชในระบบนิเวศที่พวกมันวิวัฒนาการมาได้บ้าง

"มีสิ่งมีชีวิตหลากหลายบนโลกใบนี้ซึ่งมีความสามารถในการสร้างยาอันน่าทึ่ง" ดร.ฟรายมันน์ บอกกับบีบีซีนิวส์ "เป็นโรงงานผลิตยาที่อยู่รอบตัวเรา"

The image shows a group of researchers examining a sample of plant material. They are surrounded by dense, green forest. There are two people in the main part of the image - one is showing a small piece of plant material to another. In the foreground, another person can just be seen from behind taking a photograph of the scene.

ที่มาของภาพ, Christopher Powles

คำบรรยายภาพ, นักวิจัยทำงานร่วมกับผู้เชี่ยวชาญท้องถิ่นเพื่อระบุชนิดพืชที่ช้างใช้

ศ.ฮัฟฟ์แมน ซึ่งไม่ได้มีส่วนร่วมในงานวิจัยนี้กล่าวเสริมว่า "ปัจจุบันเราทราบแล้วว่ายุง แมลงหวี่ ผึ้ง และสัตว์อีกหลายชนิดที่อยู่สูงขึ้นไปบนบันไดแห่งวิวัฒนาการ อย่างลิงใหญ่ในแอฟริกาและเอเชีย ล้วนมีพฤติกรรมการรักษาตัวเอง"

"ยิ่งเราศึกษาสิ่งมีชีวิตชนิดใหม่ ๆ เพิ่มขึ้น เราก็ยิ่งเข้าใจประวัติศาสตร์ทางการแพทย์ของเรามากยิ่งขึ้น"

สำหรับ ดร.ฟรายมันน์ ผลการศึกษานี้ยังให้บทเรียนสำหรับอนาคตของพวกเราด้วย

"ยาจำนวนมากที่เราซื้อจากร้านขายยามาจากสารประกอบที่ได้จากต้นไม้ สาหร่าย เชื้อรา และปะการัง"

"การปกป้องป่าเหล่านี้และรักษาแหล่งยาตามธรรมชาติไว้ถือเป็นผลดีต่อทุกฝ่าย เพราะอาจเปิดโอกาสให้เราค้นพบผลิตภัณฑ์ธรรมชาติใหม่ ๆ ที่อาจช่วยชีวิตเราได้ในอนาคต"