"หลัง ๆ มันไม่ได้มาแค่เสียง มันมาทั้งลูก[กระสุน]เลย" ลูกหลงจากการสู้รบในเมียนมากระทบคนชายแดนอย่างไร

เหตุเครื่องบินรบของกองทัพเมียนมาทิ้งระเบิด 2 ลูกบริเวณซอแลท่า ริมแม่น้ำสาละวิน รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ส่งผลให้แรงอัดข้ามฝั่งสะเทือนถึง ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งอยู่ตรงข้าม ทำบ้านเรือนประชาชนและสถานที่ราชการเสียหาย เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2569
คำบรรยายภาพ, เหตุเครื่องบินรบของกองทัพเมียนมาทิ้งระเบิด 2 ลูกบริเวณซอแลท่า ริมแม่น้ำสาละวิน รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ส่งผลให้แรงอัดข้ามฝั่งสะเทือนถึง ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งอยู่ตรงข้าม ทำบ้านเรือนประชาชนและสถานที่ราชการเสียหาย เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2569
Published
เวลาอ่าน: 9 นาที

จากสถานการณ์การสู้รบที่ตึงเครียดตามแนวชายแดนไทย-เมียนมาเมื่อช่วงปลายเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา โดยเฉพาะจากการปะทะกันระหว่างกองทัพเมียนมากับกองกำลังชนกลุ่มน้อยและกองกำลังฝ่ายต่อต้านระลอกล่าสุดในพื้นที่บริเวณซอแลท่า ริมแม่น้ำสาละวิน รัฐกะเหรี่ยง และบริเวณบ้านนิละป่าน และบ้านผาลู อ.เมียวดี จ.เมียวดี ทำให้แรงระเบิดจากการต่อสู้และมีสะเก็ดระเบิดข้ามมาสร้างความเสียหายต่ออาคารบ้านเรือนประชาชน สถานที่ราชการต่าง ๆ ในฝั่งไทย เช่นใน จ.แม่ฮ่องสอน และ จ.ตาก

นอกจากนี้ มีรายงานว่ามีคนไทยได้รับบาดเจ็บอย่างน้อย 1 คน ตามการรายงานของสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย อ.แม่สอด จ.ตาก (สวท.แม่สอด) ขณะที่คนในพื้นที่บอกต้องอยู่อย่างหวาดระแวงเช่นนี้มานานสองปีแล้ว

"ถ้าสมมติวันนี้ได้ยินเสียงลูกปืนเยอะ ชั้นสองเขาจะไม่กล้านอน ต้องลงมานอนชั้นล่างกัน แล้วช่วงได้ยินเสียงลูกปืนก็จะไม่ค่อยกล้าออกนอกบ้านเพราะเราไม่รู้เลยว่ามันจะมาทิศทางไหน" น.ส.ดวงพร สุขสะอาด ชาวบ้านใน อ.แม่สอด จ.ตาก บอกกับบีบีซีไทย

"บ้านเช่าก็โดนลูกกระสุน ถ้ามีเสียงปืนกล ส่วนใหญ่[กระสุน]ก็จะข้ามมาค่อนข้างบ่อย" น.ส.ดวงพร กล่าวเสริม

นายปิง (นามสมมติ) ชายวัย 32 ปี ชาว อ.แม่สอด จ.ตาก อีกรายที่บีบีซีไทยพูดคุยด้วยบอกเช่นกันว่าแม้ฝั่งไทยจะมีการยิงเตือนข้ามไปประเทศเมียนมาแต่ความกังวลของชาวบ้านยังมีอยู่

"กังวลอยู่ครับ บางทีทางทหารก็มียิงเตือนไป แต่ฝั่งนั้นเขาก็ยังไม่หยุดยิงในบางช่วง มันก็ยังเกิดเหตุขึ้นเรื่อย ๆ เราไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่าฝั่งนั้นเขาจะยิงกันตอนไหน" เขาบอก

สถานการณ์ในจังหวัดชายแดนที่ผ่านมาเป็นอย่างไร

เหตุกระสุนจากต่อสู้กันในเมียนมา ตกเข้าบ้านประชาชนฝั่งไทยใน อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อ 29 ต.ค. 2569 ทำให้มีผู้ที่อยู่ในบ้านดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ
คำบรรยายภาพ, เหตุกระสุนจากต่อสู้กันในเมียนมา ตกเข้าบ้านประชาชนฝั่งไทยใน อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อ 29 ต.ค. 2569 ทำให้มีผู้ที่อยู่ในบ้านดังกล่าวได้รับบาดเจ็บ

ย้อนไปเมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา เฟซบุ๊กเพจข่าว สวท.แม่สอด รายงานการสู้รบอย่างหนักระหว่างทหารเมียนมาและและกลุ่มต่อต้านติดอาวุธ บริเวณตรงข้ามบ้านห้วยมหาวงษ์ ต.มหาวัน อ.แม่สอด จ.ตาก จากนั้นมีกระสุนปืนตกลงมาที่บ้านของชาวไทยหลายหลังสร้างความเสียหาย รวมถึงมีรายงานหญิงวัย 55 ปี ได้รับบาดเจ็บและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลจากเหตุกระสุนตกในบ้านด้วย

นั่นทำให้หน่วยเฉพาะกิจราชมนู กองกำลังนเรศวร ได้ยิงเตือนทันที ด้วยการยิงกระสุนส่องสว่างและกระสุนควันเตือนไป 2 นัด ปฏิบัติตามกฎการใช้กำลัง หรือ Rules of Engagement (ROE) ในวันที่ 29 ต.ค. เวลา 6.00 น.

ขณะที่ชาวบ้านใน อ.แม่สอด จ.ตาก ที่บีบีซีไทยได้พูดคุยด้วย บอกเช่นกันว่าเสียงการสู้รบหนักถูกได้ยินตอนทั้งคืนวันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา

"วันที่ 29 ตุลาคม ประมาณตีสองกว่า ๆ ก็จะมีเสียงระเบิด แล้วก็เสียงปืนกล ปืนเล็ก ดังสนั่นเลยค่ะ คนที่นอนก็ตื่นกันหมด" น.ส.ดวงพร บอก

ด้านนายปิง บอกว่าวันนั้นเขาอยู่ร่วมกับอาสากู้ภัย จึงได้พบกับเหตุหญิงคนหนึ่งที่ถูกลูกกระสุนพุ่งเข้าบ้านจนได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่

"ประมาณสักตี 4 ก็มีเสียงปืนจากฝั่งพม่ายิงเข้ามา พอสักตี 5 นิด ๆ ก็มีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งมีลูกระเบิดข้ามมาตกที่บ้านของประชาชนมีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทหารและฝ่ายปกครองก็เข้าไปเพื่อนำเอาผู้บาดเจ็บออกมา" เขาย้อนเล่า

ต่อมา กองกำลังนเรศวร ได้มีการออกมาตรการขอระงับการผ่อนผันการนำเข้า-ส่งออกสินค้าตามช่องทางอื่นนอกจากทางอนุมัติ บริเวณทิศใต้สะพานมิตรภาพไทยเมียนมา แห่งที่ 1 ในพื้นที่ อ.แม่สอด และในพื้นที่ อ.พบพระ จ.ตาก ตั้งแต่วันที่ 30 ต.ค. - 5 พ.ย. หรือจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย เพื่อหลีกเลี่ยงการสนับสนุนใด ๆ จากฝั่งไทยต่อการสู้รบในเมียนมา

"เพื่อให้การควบคุมพื้นที่ชายแดนเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ไม่ให้มีการสนับสนุนใด ๆ ข้ามไปยังฝั่งเมียนมาอันอาจจะไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสู้รบของกองกำลังทุกฝ่าย...ขอแจ้งด่านศุลกากรแม่สอด ขอระงับการผ่อนผันการนำเข้า-ส่งออกสินค้า ตามช่องทางอื่นนอกจากทางอนุมัติ" ข้อความในเฟซบุ๊กของกองกำลังนเรศวรระบุ

เฟซบุ๊กเพจกองทัพอากาศไทยวานนี้ (2 พ.ย.) ก็ได้เผยแพร่ภารกิจกองทัพอากาศบินเครื่องบิน F-16 MLU จำนวน 2 ลำ ขึ้นลาดตระเวนเหนือน่านฟ้า จ.ตาก เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจปกป้องอธิปไตยไทยด้วย

เหตุเครื่องบินรบของกองทัพเมียนมาทิ้งระเบิด 2 ลูกบริเวณซอแลท่า ริมแม่น้ำสาละวิน รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ส่งผลให้แรงอัดข้ามฝั่งสะเทือนถึง ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งอยู่ตรงข้าม ทำบ้านเรือนประชาชนและสถานที่ราชการเสียหาย เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2569
คำบรรยายภาพ, สภาพความเสียหายใน ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งอยู่ใกล้บริเวณที่มีการทิ้งระเบิดในฝั่งเมียนมา เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2569

ขณะเดียวกัน เมื่อค่ำวันที่ 31 ต.ค. สถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย อ.แม่สะเรียง จ.แม่ฮ่องสอน (สวท. แม่สะเรียง) รายงานว่า พบเครื่องบินรบของกองทัพเมียนมาทิ้งระเบิด 2 ลูกบริเวณซอแลท่า ริมแม่น้ำสาละวิน รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับ ต.บ้านแม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ส่งผลให้บ้านเรือนประชาชน รวมถึง รพ.สต.แม่สามแลบ, โบสถ์, ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก, อาคารศูนย์บริการนักท่องเที่ยว อบต.แม่สามแลบ ได้รับความเสียหายจากสะเก็ดระเบิดและแรงอัด

จากนั้นมีรายงานอาคารบ้านเรือนมีสภาพความเสียหาย กระจกหน้าต่างแตก หลังคาถูกสะเก็ดระเบิด อาคารร้าว ฝ้าเพดานพัง รวมประมาณ 17 หลัง ขณะที่ชาวบ้านจำนวนหนึ่งได้อพยพไปนอนที่ที่ทำการ อบต.แม่สามแลบ

โดยสะเก็ดระเบิดที่ปลิวข้ามมาฝั่งไทย หน่วยงานทหารพรานชี้ว่ามีสะเก็ดระเบิดขนาดใหญ่ 500 ปอนด์ขึ้นไปด้วย ซึ่งทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนรุนแรง

ขณะที่ นายพงษ์พิพัฒน์ มีเบญจมาศ นายก อบต.แม่สามแลบ ให้สัมภาษณ์ว่าการทิ้งระเบิดของทหารเมียนมาทำให้ประชาชน ต.แม่สามแลบ ได้รับความเสียหาย และเรียกร้องรัฐบาลไทยให้ออกมาตรการสร้างความมั่นใจและความปลอดภัยให้แก่พี่น้องประชาชนชายแดน

"รัฐบาลไทยควรหาวิธีการทำอย่างไรที่ไม่ให้รัฐบาลเมียนมาเปิดปฎิบัติการตามแนวชายแดน เช่น ห้ามทิ้งระเบิดตามแนวชายแดนเพื่อให้ชุมชนทั้งสองฝั่งไม่รู้สึกใช้ชีวิตด้วยความกังวลด้วยความหวาดระแวงในการใช้ชีวิตประจำวัน" นายพงษ์พิพัฒน์ ระบุ

เหตุเครื่องบินรบของกองทัพเมียนมาทิ้งระเบิด 2 ลูกบริเวณซอแลท่า ริมแม่น้ำสาละวิน รัฐกะเหรี่ยง ประเทศเมียนมา ส่งผลให้แรงอัดข้ามฝั่งสะเทือนถึง ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ซึ่งอยู่ตรงข้าม ทำบ้านเรือนประชาชนและสถานที่ราชการเสียหาย เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2569
คำบรรยายภาพ, บ้านเรือนของประชาชนใน ต.แม่สามแลบ อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอน ได้รับความเสียหายจากการสู้รบและทิ้งระเบิดในฝั่งประเทศเมียนมา เมื่อวันที่ 31 ต.ค. 2569

ต่อมาวันนี้เมื่อช่วงบ่ายวานนี้ (2 พ.ย.) นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และ รมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ขณะลงพื้นที่ จ.หนองคาย ว่ารัฐบาลและกองทัพอยู่ระหว่างดำเนินการทางการทูตกับรัฐบาลเมียนมาแล้ว

"ดำเนินการทั้งทางกองทัพและทางช่องทางทางการทูตแล้วครับ...เราได้มีการแจ้งไปยังรัฐบาลเมียนมาแล้วว่า เขาจะต้องดำเนินการโดยที่ไม่มีผลกระทบมายังประเทศไทย" นายอนุทินกล่าว

นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.ต่างประเทศ ได้แจ้งไปยังรัฐบาลเมียนมาถึงความกังวลของรัฐบาลไทย และขอให้การสู้รบไม่มีการมุ่งเป้าไปที่พลเรือน

"ได้แจ้งไปยังรัฐบาลเมียนมาแล้วว่ารัฐบาลไทยมีความกังวล ขอให้เขาดำเนินการด้วยความระมัดระวัง และไม่มุ่งทำร้ายชีวิตบ้านเรือนทรัพย์สินของประชาชนที่ไม่ได้เป็นฝ่ายที่เกี่ยวข้องของทั้งสองประเทศ ไม่ใช่แค่ของประเทศไทย" นายอนุทินกล่าวเสริม

นายกรัฐมนตรีย้ำว่าจะมีการเชิญเจ้าหน้าที่ของสถานทูตเมียนมามารับทราบความกังวลของไทยเพิ่มเติม และได้กำชับผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้บัญชาการเหล่าทัพว่าให้หลีกเลี่ยงการปะทะและความขัดแย้งให้ได้มากที่สุดเพราะในส่วนที่มีการสู้รบกันไม่ได้เกี่ยวข้องกับประเทศไทย

ขณะที่ พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-เมียนมาวันนี้ (3 พ.ย.) ว่า ทางกองทัพจะดำเนินการตามขั้นตอนกรณีเกิดเหตุ และได้เตรียมการเคลื่อนกำลังพลและจัดเตรียมอาวุธยุทธโธปกรณ์เข้าไปในพื้นที่แล้ว

โดยมีการเจรจาหรือการทำหนังสือประท้วงทั้งในระดับกระทรวงการต่างประเทศ แจ้งไปยังทางการของเมียนมาแล้วว่าไม่ควรเจอสถานการณ์เช่นนี้

"เขา[ฝ่ายเมียนมา]ให้ความร่วมมืออยู่แล้ว แต่หน่วยที่ปฏิบัติในทุกที่ก็ต้องระมัดระวังเพราะเป็นการใช้อาวุธ หากผิดไปแม้แต่มิลลิเมตรเดียวหรือองศาเดียว กระสุนปืน ค. (ปืนครก) ก็สามารถพลาดข้ามมาฝั่งไทยได้" พล.อ.ชัยพฤกษ์ ระบุ

"ชินก็ชิน กลัวก็กลัว"

เหตุกระสุนจากการสู้รบในเมียนมา ตกเข้าบ้านประชาชนชาวไทยใน อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อ 29 ต.ค. 2569
คำบรรยายภาพ, กระสุนจากการสู้รบในเมียนมาสร้างความเสียหายให้แก่บ้านประชาชนชาวไทยใน อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อ 29 ต.ค. 2569

แม้เหตุการณ์ความรุนแรงเมื่อช่วงปลายเดือน ต.ค. จะดูปะทุหนักส่งผลกระทบมาก แต่ น.ส.ดวงพร ก็บอกว่านี่เป็นเรื่องที่ชาวบ้านต้องเผชิญมาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลาราวสองปีแล้ว ทำให้เธอคุ้นชินกับเหตุรุนแรงแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเธอจะไม่กลัว

"ชินก็ชินนะคะ กลัวก็กลัวเพราะว่าเหตุการณ์แบบนี้มันเกิดขึ้นประปรายมาสองปีแล้ว...เราจะไม่รู้เลยว่า[กระสุน]มันจะข้ามมาตอนไหน คือเขาไม่ได้รบกับเราโดยตรง มันก็จะข้ามมาแบบเราไม่ทันได้ตั้งตัว" น.ส.ดวงพร บอก

เธอเสริมด้วยว่าความรุนแรงของสถานการณ์ที่เพิ่มขึ้นยิ่งทำให้เธอกังวล เพราะจากเมื่อก่อนเธอจะได้ยินเพียงเสียงสู้รบ แต่ตอนนี้เริ่มเกิดผลกระทบที่เป็นรูปธรรมมากขึ้น

"รู้สึกหวาดระแวงเพราะว่าอย่างเมื่อก่อนเราได้รับผลกระทบทางเสียง มันก็จะรู้สึกแค่เสียง แต่พอหลัง ๆ มันไม่ได้มาแค่เสียง มันมาทั้งลูก[กระสุน]เลย" เธอบอก

เธอกล่าวต่อไปด้วยว่าผลกระทบต่อชุมชมก็มีมากเช่นกัน โดยที่โรงเรียนมักถูกปิดอยู่บ่อยครั้งส่งผลให้นักเรียนต้องอพยพไปเรียนในที่ปลอดภัย

"ถ้ารบหนักจริง ๆ นักเรียนไม่สามารถไปโรงเรียนได้นะคะ เพราะโรงเรียนมีกระสุนปืนเข้ามาตกเหมือนกัน ก็ต้องย้ายไปเรียนที่วัดหรือไม่ก็ศาลาหมู่บ้าน"

เธอบอกด้วยว่าที่ผ่านมาความช่วยเหลือมักมาจากทหารในพื้นที่หรือผู้ใหญ่บ้าน แต่ความช่วยเหลือที่เธอหวังจากรัฐบาลยังไม่เห็นชัด

"สำหรับรัฐบาลเราคิดว่าเราถูกละเลยมาโดยตลอด เพราะว่ามันไม่ใช่เราเพิ่งมาได้รับผลกระทบ แต่เราได้รับผลกระทบมาทั้งหมดสองปีแล้ว...ขอความเห็นใจจากรัฐบาลช่วยประสาน เพราะมันเป็นเรื่องระหว่างประเทศ ถามว่าเราไม่ได้รบกับเขาโดยตรงแต่เราได้รับผลกระทบ บ้านเรือนเสียหาย ชาวบ้านวิตกกังวล" น.ส.ดวงพร บอก

กระสุนจากการสู้รบในเมียนมาทะลุเข้าบ้านพักประชาชนชาวใน อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 29 ต.ค. 2569
คำบรรยายภาพ, กระสุนจากการสู้รบในเมียนมาทะลุเข้าบ้านพักประชาชนชาวใน อ.แม่สอด จ.ตาก เมื่อช่วงค่ำของวันที่ 29 ต.ค. 2569

นายปิง บอกเช่นกันว่าสถานการณ์ที่กระสุนการสู้รบเมียนมาข้ามมาฝั่งไทย เริ่มหนักหนาขึ้นสองปีที่ผ่านมาและกระทบชีวิตคนในชุมชนมาก

"หนัก ๆ เลยก็เป็นช่วงสองปีที่ผ่านมา...หวาดระแวง วิตกกังวล บางคนก็ใช้ชีวิตด้วยความกลัว ไม่รู้ว่ามันจะมาตอนไหน ผู้สูงอายุเวลามีเหตุขึ้นมาจริง ๆ เวลาต้องออกจากพื้นที่ขนย้ายก็ลำบาก บางทีมีผู้ป่วยติดเตียง โรงเรียนก็ต้องสั่งหยุด เพราะบางทีกระสุนก็วิ่งเข้ามาในโรงเรียนเลย ระเบิดก็มี" เขาบอก

โดยแม้เมื่อวันที่ 29 ต.ค. ที่ผ่านมา จะไม่มีคนในครอบครัวของเขาได้รับบาดเจ็บ แต่นายปิงก็บอกด้วยว่ามีรอยกระสุนที่ผนังบ้าน ซึ่งเขาไม่แน่ใจว่าเป็นรอยใหม่หรือรอยเก่าที่ถูกลูกหลงตั้งแต่เมื่อช่วงต้นปี

เขาเสริมด้วยว่าเมื่อทรัพย์สินได้รับความเสียหาย หน่วยงานในพื้นที่ก็จะเข้ามาช่วยเหลือ ที่แม้ความช่วยเหลือ "อาจจะไม่ได้เยอะ แต่ก็พอได้ช่วย"

นอกจากนี้ความกลัวของชาวบ้านยังทำให้ตอนนี้ในพื้นที่มีการสร้างบังเกอร์หลบภัยขึ้น แต่ถึงเวลาเกิดเหตุขึ้นจริงประชาชนก็มักกลัวเลือกไม่ออกจากบ้านมากกว่า

"ในพื้นที่มีจุดที่ทางทหาร ฝ่ายปกครอง ชาวบ้าน ช่วยกันทำสร้างบังเกอร์ไว้ประมาณสามจุดในหมู่บ้าน แต่เวลาเกิดปัญหาขึ้นจริง ๆ ชาวบ้านเขาก็จะไม่ค่อยออกมา เขาจะอยู่ที่บ้านกัน"

"มันเกิดขึ้นมาเป็นเวลานานแล้ว เป็นแบบนี้มันบ่อย มันแค่ว่าจะแจ็กพอตมาลงบ้านใครก็แค่นั้น" นายปิง กล่าว