ฮามาสตกลงปลดอาวุธหลังบรรลุข้อตกลงกับคณะกรรมการสันติภาพของทรัมป์ แต่ข้อตกลงนี้จะยั่งยืนหรือไม่ ?

ที่มาของภาพ, Bloomberg via Getty Images
กลุ่มฮามาสได้ตกลงที่จะ "ปลดอาวุธโดยสมบูรณ์" หลังจากบรรลุข้อตกลงกับคณะกรรมการสันติภาพ (Board of Peace) ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ภายหลังการเจรจาที่ "ยากลำบากอย่างยิ่ง" ซึ่งกินระยะเวลาหลายเดือน
คณะกรรมการสันติภาพบอกว่าการบรรลุข้อตกลงนี้เป็น "ความก้าวหน้าครั้งประวัติศาสตร์" ซึ่งภายหลังการปลดอาวุธจะ "ตามมาด้วยการถอนกำลังอิสราเอลออกจากกาซา"
อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ระดับสูงของอิสราเอลรายหนึ่งกล่าวเตือนว่า กองกำลังของอิสราเอลจะไม่ถอนออกจากกาซา หากกลุ่มฮามาสไม่ได้ปลดอาวุธ "อย่างแท้จริง"
เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ รายหนึ่งบอกสื่อมวลชนว่า ประธานาธิบดีทรัมป์จะ "ผิดหวังมาก" หากอิสราเอลตัดสินใจไม่ถอนกำลังออกจากกาซา ซึ่งเป็นเงื่อนไขที่ทั้งอิสราเอลและฮามาสตกลงร่วมกันไว้ในแผนสันติภาพ 20 ข้อของทรัมป์ที่ประกาศเมื่อเดือน ต.ค. ที่ผ่านมา
ขณะที่สาธารณชนในกาซาไม่ค่อยตอบรับข่าวนี้อย่างกระตือรือร้นเท่าไหร่นัก จากการรายงานของรุชดี อาบูอาลอฟ ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำกาซา ซึ่งรายงานจากกรุงไคโรของอียิปต์
"หลังผ่านความล้มเหลวของการหยุดยิงและเผชิญกับการฝ่าฝืนข้อตกลงมาตลอดหลายปี ชาวปาเลสไตน์จำนวนมากยังกังขาอยู่ลึก ๆ ต่อความคืบหน้าทางการเมืองครั้งใหม่" เขาระบุ
"หลายคนยังมีความเชื่อมั่นต่อทั้งฮามาสและอิสราเอลในระดับต่ำ เนื่องจากข้อตกลงครั้งก่อน ๆ ถูกละเมิดซ้ำแล้วซ้ำเล่าก่อนที่จะสร้างผลเชิงบวกได้อย่างมีความหมายในพื้นที่"
มีอะไรอยู่ในแผนนี้บ้าง
ตามแผนการดำเนินงานยาวสี่หน้าที่บีบีซีได้รับ กระบวนการจะถูกแบ่งออกเป็นขั้นตอนต่าง ๆ ที่เชื่อมโยงระหว่างข้อตกลงของฮามาสกับการถอนกำลังของกองทัพอิสราเอล ไปจนถึงการส่งกำลังหน่วยงานที่เข้ามากำกับดูแลการเปลี่ยนผ่านปาเลสไตน์ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากกองกำลังรักษาเสถียรภาพนานาชาติ
เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ เปิดเผยว่าแผนดังกล่าวถูกออกแบบบนพื้นฐานของ "ความไม่เชื่อใจใคร" (zero trust) ซึ่งต้องอาศัยการตรวจสอบยืนยันควบคู่ โดยทั้งฮามาสและอิสราเอลจะไม่ก้าวไปสู่ขั้นตอนระยะถัดไป จนกว่าอีกฝ่ายจะปฏิบัติตามที่ได้ให้คำมั่นไว้แล้ว
พวกเขาระบุว่ากลุ่มที่มีขนาดเล็กกว่าซึ่งอยู่ในกาซาจะถูกปลดอาวุธก่อน จากนั้นฮามาสจะเริ่มรื้อถอนสิ่งที่พวกเขาเรียกว่าเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางการทหารที่มีลักษณะคล้ายโครงสร้างของรัฐ อาทิ อุโมงค์ คลังอาวุธ และสถานที่ผลิตอาวุธ ซึ่งเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยอมรับว่าขั้นตอนหลังจะใช้ระยะเวลายาวนานกว่ามาก

ที่มาของภาพ, Reuters
เมื่อเสร็จสิ้นทุกขั้นตอนตามแผนการดำเนินการแล้ว คณะกรรมการบริหารปาเลสไตน์ชุดใหม่จะมีอำนาจควบคุมอาวุธทั้งหมดในกาซาอย่างสมบูรณ์
เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ และคณะกรรมการสันติภาพ กล่าวว่าตำรวจฮามาสในกาซาจะยอมส่งมอบอาวุธให้กับหน่วยงานที่ทำหน้าที่เปลี่ยนผ่าน
จากนั้นจะมี "กระบวนการปลดประจำการ" อาวุธหนัก ซึ่งจะรวมถึงการปิดอุโมงค์และคลังเก็บอาวุธ ตลอดจนการยุติบทบาทของนักรบที่ปฏิบัติงานในสถานที่เหล่านี้
นี่จะเป็น "กระบวนการที่เน้นหนักไปในเชิงเทคนิค" ซึ่งหนึ่งในคำถามสำคัญก็คือ จะมีการจัดเก็บอาวุธที่ได้รับส่งมอบมาอย่างไรให้ปลอดภัย
โดยในท้ายที่สุดแล้ว อาวุธประจำตัวทุกชิ้นในกาซาจะต้องได้รับการจัดการภายใต้กฎหมายของปาเลสไตน์
มีอะไรบ้างที่อาจจะเกิดขึ้นต่อไป
ยังคงมีคำถามมากมายเกี่ยวกับการถอนกำลังของอิสราเอล
ชาอีมา คาลิล ผู้สื่อข่าวบีบีซีประจำอเมริกาเหนือ ระบุว่า "จนถึงขณะนี้ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู ของอิสราเอล แสดงถึงความตั้งใจเพียงน้อยนิด ต่อถอนกำลังออกจากกาซาอย่างถาวร ท่ามกลางแรงกดดันจากพรรคร่วมรัฐบาลฝ่ายขวาจัดที่คัดค้านการดำเนินการเช่นนี้มาโดยตลอด"
เธอบอกว่ายังมีหลายคำถามในเชิงปฏิบัติการด้วย ยกตัวอย่างเช่น อิสราเอลจะส่งมอบพื้นที่ให้กับใคร และจะมีการกำหนดเขตกันชนที่รู้จักกันในชื่อ 'เส้นสีเหลือง' (Yellow Line) อยู่ในแผนการถอนกำลังหรือไม่
อาบูอาลอฟบอกเช่นกันว่า ยังเร็วเกินไปที่จะตัดสินว่าข้อตกลงนี้จะถูกนำมาปฏิบัติจริงหรือไม่
แต่หากมันคงอยู่ได้ มันจะเป็น "ก้าวแรกที่น่าเชื่อถือ" ที่จะนำไปสู่การยุติสงครามในกาซาซึ่งยืดเยื้อมาเกือบสามปีแล้ว

ที่มาของภาพ, Reuters
ความเคลื่อนไหวนี้เกิดขึ้นไม่นานหลังจากที่ฮามาสเสร็จสิ้นการเลือกตั้งผู้นำ ซึ่งส่งผลให้คาลิล อัล-ไฮยา ผู้นำที่ประจำอยู่ในกาซา ได้ขึ้นเป็นหัวหน้ากลุ่ม
เจ้าหน้าที่ปาเลสไตน์ที่มีส่วนร่วมในการเจรจาเชื่อว่า ผู้นำชุดใหม่มีความพร้อมที่จะตัดสินใจทางการเมือง ซึ่งพวกเขาอธิบายว่าเป็นการตัดสินใจที่สำคัญที่สุดในประวัติศาสตร์ของฮามาส ด้วยแรงผลักดันจากสภาพแวดล้อมทางมนุษยธรรมอันโหดร้ายที่ชาวปาเลสไตน์มากกว่าสองล้านคนในกาซากำลังเผชิญ
ฮามาสเป็นผู้นำการโจมตีอิสราเอลเมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2023 ซึ่งมีผู้เสียชีวิต 1,200 ราย และมีผู้ถูกจับเป็นตัวประกัน 251 คน
อิสราเอลตอบโต้ด้วยการเปิดปฏิบัติการใหญ่ทางทหารในกาซา ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 73,290 ราย รวมถึงเด็ก 21,280 ราย ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขในกาซาที่บริหารโดยฮามาส ซึ่งองค์การสหประชาชาติถือว่าตัวเลขดังกล่าวมีความน่าเชื่อถือ
การหยุดยิงระหว่างอิสราเอลและฮามาสมีผลบังคับใช้เมื่อเดือน ต.ค. ปีที่แล้ว แต่ตามข้อมูลของกระทรวงสาธารณสุขในกาซาที่บริหารโดยฮามาส มีชาวปาเลสไตน์อย่างน้อย 1,168 รายเสียชีวิตจากการโจมตีของอิสราเอลนับตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา
ขั้นตอนต่อจากนี้ ทางการอียิปต์จะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมระหว่างบรรดาคนกลางหรือผู้ไกล่เกลี่ยในแผนสันติภาพกาซา "เร็ว ๆ นี้" ตามการรายงานของสำนักข่าวอัล-กาฮิรา ที่มีความเชื่อมโยงกับทางการอียิปต์ เมื่อช่วงเช้าวันศุกร์ (31 ก.ค.) ซึ่งผู้ไกล่เกลี่ยในแผนสันติภาพประกอบไปด้วยอียิปต์ สหรัฐฯ กาตาร์ และตุรกี
สำนักข่าวดังกล่าวอ้างแหล่งข่าวชาวอียิปต์ที่ "รู้ข้อมูลนี้" ระบุว่าการประชุมดังกล่าวมีเป้าหมาย "เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการตามเงื่อนไขของข้อตกลง" โดยไม่ได้เปิดเผยว่าการประชุมจะเกิดขึ้นเมื่อไหร่





























