หน่วยงานไทยชี้แจงอย่างไร กรณีพระศรีลังกา 22 รูป ถูกจับพร้อมกัญชากว่า 100 กก. หลังบินกลับจากไทย

අත්අඩංගුවට ගැනීමෙන් පසු භික්ෂූන් වහන්සේලා පිරිස 2026 අප්‍රේල් 26 වන දින අධිකරණය හමුවේ පෙනී සිටීමට පැමිණෙන අයුරු

ที่มาของภาพ, Ishara S. KODIKARA / AFP via Getty Images)

คำบรรยายภาพ, พระภิกษุสงฆ์ทั้ง 22 รูป ขณะถูกนำตัวขึ้นศาลในศรีลังกาเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (26 เม.ย.) หลังถูกจับกุมพร้อมของกลางเป็นกัญชาน้ำหนักรวมกัน 112 กิโลกรัม
    • Author, จิราภรณ์ ศรีแจ่ม
    • Role, ผู้สื่อข่าวบีบีซีไทย
    • Author, บีบีซีแผนกภาษาสิงหล
  • เวลาอ่าน: 7 นาที

เจ้าหน้าที่ของศรีลังกาเพิ่งตรวจยึดกัญชาครั้งใหญ่กว่า 100 กิโลกรัมที่ท่าอากาศยานหลักของประเทศ หลังจากพบซุกซ่อนอยู่กระเป๋าเดินทางของพระภิกษุชาวศรีลังกา 22 รูป ที่เพิ่งเดินทางกลับจากประเทศไทย

พระภิกษุเหล่านี้เดินทางออกจากประเทศไทยผ่านท่าอากาศยานดอนเมืองเมื่อวันเสาร์ที่ 25 เม.ย. ที่ผ่านมา ด้วยสายการบินไทยแอร์เอเชีย เที่ยวบินที่ FD-140 และเดินทางถึงท่าอากาศยานนานาชาติพัณฑารนายกะ กรุงโคลอมโบ ประเทศศรีลังกา เมื่อเวลา 22.10 น. ของคืนวันเดียวกัน

จากรายงานของบีบีซีแผนกภาษาสิงหลระบุว่านี่เป็นครั้งแรกที่ทางสนามบินสามารถจับกุมพระภิกษุพร้อมกับของกลางเป็นยาเสพติดน้ำหนักรวมกัน 112 กิโลกรัม โดยพบว่ากัญชาเหล่านั้นซุกซ่อนไว้ในกระเป๋าเดินทางของพระอย่างแนบเนียนผ่านช่องลับภายในกระเป๋า ปะปนกับอุปกรณ์การเรียนและขนมหวานต่าง ๆ

รายงานระบุว่าพระแต่ละรูปมีกัญชาในกระเป๋าเดินทางของพวกเขาราว รูปละ 5 กิโลกรัม โดย 21 รูป มีกัญชาบรรจุแยกออกเป็น 4 ถุง ส่วนอีกรูปหนึ่งมีกัญชาอยู่ 6 ถุง

ทั้งนี้ กัญชาที่ถูกตรวจยึดได้เป็นกัญชาแบบดอกอบแห้งและยางกัญชาอัดก้อน ซึ่งมีความเข้มข้นสูงมาก

ล่าสุดวันนี้ (29 เม.ย.) พล.ต.ต.มินูรา เสนาราธ รักษาการโฆษกตำรวจของศรีลังกา ยืนยันกับบีบีซีแผนกภาษาสิงหลว่า มีพระสงฆ์ 19 รูปในจำนวนนี้ตรวจพบสารกัญชาในร่างกายด้วย

අත්අඩංගුවට ගත් හිමිවරුන් කටුනායක ගුවන්තොටුපල තුළ ඇවිද යන ආකාරය
คำบรรยายภาพ, ภาพกลุ่มพระสงฆ์ขณะถูกจับกุมที่ท่าอากาศยานนานาชาติพัณฑารนายกะ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ 25 เม.ย.
භික්ෂූන් වහන්සේලාගේ ගමන් මල්ලක මත්ද්‍රව්‍ය සඟවා ඇති අයුරු
คำบรรยายภาพ, กัญชาที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋าเดินทาง

ศุลกากรไทยชี้แจงว่าอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริง

น.ส.ปัญญาพร เอนกพูนสินสุข ภมรพล ผู้อำนวยการส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานดอนเมือง ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีไทยวันนี้ (29 เม.ย.) ว่าหลังจากทราบเรื่องดังกล่าว ทางสำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานดอนเมืองได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทางท่าอากาศยานดอนเมืองไปจนถึงสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง เพื่อช่วยกันตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าพระภิกษุสงฆ์กลุ่มนี้เดินทางออกจากสนามบินของไทยตามที่มีการรายงานตามสื่อต่าง ๆ จริงหรือไม่ ซึ่งได้มีการตรวจสอบข้อมูลเบื้องต้นต่าง ๆ รวมถึงภาพจากกล้องวงจรปิดทั้งหมด

เนื่องจากกรณีดังกล่าวยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงระหว่างหน่วยงาน เจ้าหน้าที่ศุลกากรรายนี้บอกว่า ในเบื้องต้นตรวจสอบพบว่ามีกลุ่มคณะพระภิกษุสงฆ์เดินทางออกจากท่าอากาศยานดอนเมืองในห้วงเวลาดังกล่าว แต่พบว่าเมื่อเปรียบเทียบกับภาพข่าวที่รายงานในเว็บไซต์ของบีบีซีแผนกภาษาสิงหล พระสงฆ์กลุ่มที่เดินทางมีเพียงกระเป๋าล้อลากเมื่อเดินทางมาถึงสนามบินของไทย แต่ไม่มีถุงกระสอบสีขาวตามที่ปรากฏในภาพข่าว

"จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ามีพระที่เดินทางพร้อมสัมภาระ" เธอกล่าว และเสริมว่าในตอนนี้ยังไม่สามารถยืนยันได้ว่า พระสงฆ์และกระเป๋าล้อลากของพระกลุ่มนี้ที่ผ่านการตรวจคัดกรองสัมภาระจากสนามบินของไทยนั้น เป็นบุคคลหรือกระเป๋าล้อลากเดียวกันกับที่ถูกตรวจยึดได้ที่สนามบินของศรีลังกาหรือไม่ เนื่องจากยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงจากหลายฝ่าย

මත්ද්‍රව්‍ය සමග අත්අඩංගුවට ගත් හිමිවරුන් රේගු නිලධාරීන් සමග සිටින අයුරු
คำบรรยายภาพ, พระภิกษุสงฆ์ขณะที่อยู่ในความควบคุมของเจ้าหน้าที่ศุลกากรของศรีลังกา

น.ส.ปัญญาพร กล่าวต่อว่าจากการพูดคุยกับหลาย ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เห็นว่ากรณีนี้ทางเจ้าหน้าที่ไม่ได้ "การ์ดตก" เพราะเห็นว่าอีกฝ่ายเป็นพระสงฆ์ เนื่องจากหากดูสถิติตรวจยึดกัญชาที่มีความพยายามลักลอบนำออกนอกประเทศผ่านสายการบินต่าง ๆ ก็พบว่าทางสำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานดอนเมืองได้มีการบูรณาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในสนามบิน จนทำให้สามารถตรวจยึดกัญชา "ได้แทบทุกวัน" และตรวจจับได้แม้ในปริมาณน้อยมากเพียงหลักกรัมเท่านั้น

"โดยปกติเจ้าหน้าที่ปฏิบัติหน้าที่กันตามกฎหมายและมาตรฐานอยู่แล้ว ไม่มีการลดมาตรการใด ๆ ไม่ได้ลดการ์ด จากในข่าวที่เห็น เป็นการซุกซ่อนในช่องลับ จึงอาจทำให้ยากแก่การระบุว่า เป็นของผิดกฎหมายชนิดใดในสายตาของผู้ปฏิบัติงานด้าน screening (ตรวจคัดกรอง) หน้างานที่มีข้อจำกัดด้านเวลา และยังอยู่ระหว่างการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง" น.ส. ปัญญาพร ชี้แจงกับบีบีซีไทย

ทั้งนี้ ในส่วนของงานคัดกรองสัมภาระของผู้โดยสาร จะเป็นการทำงานร่วมกันระหว่างเจ้าหน้าที่จากฝ่ายท่าอากาศยานดอนเมืองและสายการบินนั้น ๆ อย่างไรก็ดี ขณะนี้ทางบีบีซีไทยอยู่ระหว่างการติดต่อขอความเห็นกับท่าอากาศยานดอนเมือง

ผอ.ส่วนควบคุมทางศุลกากร สำนักงานศุลกากรท่าอากาศยานดอนเมือง กล่าวต่อว่าในส่วนของศุลกากร โดยปกติมีการกำชับให้ทำงานตามกฎหมายและมาตรฐานอยู่แล้ว แต่จากกรณีนี้ที่เกิดขึ้น ก็จำเป็นต้องมีการถอดบทเรียนกับหลาย ๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อตามให้ทันความซับซ้อนของผู้ที่ต้องการลักลอบนำสิ่งผิดกฎหมายออกนอกประเทศ โดยเฉพาะกัญชา ซึ่งเป็นสมุนไพรควบคุมตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข รวมถึง พ.ร.บ.คุ้มครองและส่งเสริมภูมิปัญญาการแพทย์แผนไทย พ.ศ.2542 ดังนั้น หากมีการนำกัญชาออกนอกประเทศโดยไม่มีใบอนุญาตก็ถือว่าไม่ผ่านพิธีการทางศุลกากรที่ถูกต้อง และมีความผิดฐานลักลอบส่งออกกัญชาไปนอกราชอาณาจักรโดยไม่มีใบอนุญาต

ด้านส่วนกิจการพิเศษและมวลชนสัมพันธ์ ฝ่ายอำนวยการท่าอากาศยานดอนเมือง (ทดม.) ชี้แจงผ่านเอกสารข่าวที่เผยแพร่ต่อสื่อวันนี้ว่า การตรวจค้นผู้โดยสาร เจ้าหน้าที่ หรือพระสงฆ์ ทางท่าอากาศยานดอนเมืองมีหน้าที่ตามกฎหมายในการตรวจค้นบุคคลและสัมภาระก่อนที่จะเข้าเขตหวงห้ามของสนามบินและขึ้นบนอากาศยาน ซึ่งทางท่าอากาศยานดอนเมืองยืนยันว่าใช้หลักการปฏิบัติเดียวกันทั้งหมดตามมาตรฐานของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) และองค์กรการบินพลเรือนระหว่างประเทศหรือไอเคโอ (ICAO)

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ทางท่าอากาศยานดอนเมืองได้สั่งการกำชับเจ้าหน้าที่ตรวจค้นให้ปฏิบัติหน้าที่ตามมาตรฐานอย่างเคร่งครัด หากตรวจพบสิ่งผิดกฎหมาย เช่น สิ่งเสพติด ซากพืช ซากสัตว์ หรืออื่น ๆ จะบูรณาการการทำงานกับหน่วยงานต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ทางท่าอากาศยานดอนเมืองยังประชาสัมพันธ์อย่างต่อเนื่อง แนะนำให้ผู้โดยสารตรวจสอบกฎหมายของประเทศปลายทางในการนำกัญชาเดินทางไปยังประเทศต่าง ๆ เนื่องจากหลายประเทศยังคงกำหนดให้กัญชาเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ซึ่งอาจนำไปสู่การถูกดำเนินคดีตามกฎหมายของแต่ละประเทศ

พระสงฆ์กลุ่มนี้เกี่ยวข้องกับขบวนการลักลอบขนยาเสพติดข้ามชาติหรือไม่

พระสงฆ์กลุ่มนี้ส่วนใหญ่เป็นพระนักศึกษาจากหลายวัดทั่วศรีลังกา โดยพวกเขามีผู้สนับสนุนที่ไม่ประสงค์เปิดเผยชื่อเสนอออกค่าเดินทางให้ไปพักผ่อนที่ประเทศไทยเป็นเวลา 4 วัน โดยที่พระสงฆ์เหล่านี้ไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายใด ๆ

พล.ต.ต.มินูรา รักษาการโฆษกตำรวจของศรีลังกา ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีแผนกภาษาสิงหลว่า มีพระสงฆ์รูปหนึ่งชื่อว่า "พระอมิตานันทะ" จากเขตเกลานิยา ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้จัดเตรียมการเดินทางไปประเทศไทยให้กับพระกลุ่มนี้ แต่พระรูปนี้ไม่ได้เดินทางไปประเทศไทยในครั้งนี้ด้วย

"พระภิกษุรูปนั้นเป็นคนบอกว่าพัสดุเหล่านี้เป็นของบริจาค จะมีรถตู้มารับ และให้นำไปส่งที่รถตู้" เขากล่าว และเสริมว่าพระภิกษุรูปนี้ต้องสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการ ซึ่งตำรวจกำลังดำเนินการสอบสวนเพื่อจับกุมผู้เกี่ยวข้องคนอื่น ๆ ในขบวนการเพิ่มเติม

ในเบื้องต้นทางตำรวจศรีลังกาสงสัยว่าพระสงฆ์กลุ่มนี้อาจถูกใช้เป็นเครื่องมือของขบวนการค้ายาเสพติดโดยไม่รู้ตัว แต่อย่างไรก็ดี พระทั้ง 22 รูปอยู่ระหว่างการถูกควบคุมตัวเป็นเวลา 7 วัน เพื่อสอบสวนเพิ่มเติม หลังถูกนำตัวขึ้นศาลเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (26 เม.ย.) ขณะที่พระอมิตานันทะถูกจับกุมตัวได้แล้วที่แถวย่านชานกรุงโคลอมโบ

ขณะเดียวกัน สำนักงานปราบปรามยาเสพติดของตำรวจศรีลังกายังพบภาพถ่ายและวิดีโอในโทรศัพท์มือถือของพระสงฆ์บางรูป แสดงให้เห็นว่าพวกเขาต่างมีความสุขกับช่วงเวลาพักผ่อนในประเทศไทยตลอดระยะเวลา 4 วัน โดยพระสงฆ์บางรูปแต่งตัวเป็นฆราวาส และออกไปทำกิจกรรมต่าง ๆ รวมถึงอยู่ในอิริยาบถผ่อนคลายด้วยสภาพจีวรครึ่งท่อน

භික්ෂූන් වහන්සේලාගේ ජංගම දුරකතන තුළ තිබී අනාවරණය වුණු ඡායාරූපයක්: මෙහි භික්ෂුවක් බැල්කනියක සිට පුටුවක වාඩි වී දුම් පානය කරන අයුරු දැක්වේ

ที่มาของภาพ, PROVIDED

คำบรรยายภาพ, กองปราบปรามยาเสพติดของตำรวจศรีลังกาได้เปิดเผยภาพถ่ายในโทรศัพท์มือถือของพระบางรูป แสดงให้เห็นอิริยาบถขณะพักผ่อนในไทย
භික්ෂූන් වහන්සේලාගේ ජංගම දුරකතන තුළ තිබී අනාවරණය වුණු ඡායාරූපයක්: මෙහි එක් හිමිනමක් ගිහියෙකු ලෙස සැරසී කාන්තාවක සමග සිටින අයුරු දක්නට ලැබේ. හඳුනා ගැනීමට නොහැකි වන ලෙස ඔවුන්ගේ මුහුණු බොඳ කර ඇත.

ที่มาของภาพ, PROVIDED

คำบรรยายภาพ, พระสงฆ์บางรูปแต่งกายเลียนแบบฆราวาส
භික්ෂූන් වහන්සේලාගේ ජංගම දුරකතන තුළ තිබී අනාවරණය වුණු ඡායාරූපයක්: මෙහි භික්ෂුවක් තායිලන්තයේ සිවිල් ඇඳුමින් සැරසී සිටින අයුරු දැකගත හැක

ที่มาของภาพ, PROVIDED

คำบรรยายภาพ, พระศรีลังการูปหนึ่งแต่งกายเป็นฆราวาสขณะพักผ่อนในไทย

องค์กรสงฆ์ที่กำกับดูแลพระภิกษุกลุ่มนี้ออกแถลงการณ์ประณามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า "เราขอประณามอย่างรุนแรงต่อการกระทำที่เป็นปฏิปักษ์ต่อศาสนิกชน ต่อสังคม และผิดกฎหมาย ที่กระทำโดยกลุ่มผู้แอบอ้างเป็นภิกษุ ด้วยการขนส่งยาเสพติด ใช้จีวรพระพุทธเจ้าในทางที่ผิด และดูหมิ่นคณะสงฆ์และบทบาททางประวัติศาสตร์ของภิกษุศรีลังกาต่อหน้าชาวโลกทั้งมวล"

นอกจากนี้ แถลงการณ์ดังกล่าวยังระบุด้วยว่าจะมีการดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงของเหตุการณ์ที่เกี่ยวข้อง และขับไล่พระภิกษุที่กระทำผิดออกจากคณะสงฆ์ด้วย