ดูบทเรียนไฟไหม้บาร์ที่สวิส คร่า 41 ชีวิต เอาผิดใครได้บ้างหลังผ่านไปครึ่งปี

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

Published
เวลาอ่าน: 5 นาที

คืนส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ 2026 เมื่อต้นปีนี้กลายเป็นฝันร้ายของนักท่องเที่ยวชาวยุโรปหลายคนเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้สถานบันเทิงที่ถือเป็นครั้งเลวร้ายที่สุดในประวัติศาสตร์สวิตเซอร์แลนด์

เมื่อเวลาประมาณ 01.26 น. ของวันที่ 1 ม.ค. เกิดเหตุเพลิงไหม้บาร์ที่ชื่อว่า เลอ คองสเตลลาซิยง (Le Constellaion) ซึ่งตั้งอยู่ในสกีรีสอร์ตในเขตครองส์-มอนทานา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 41 คน และบาดเจ็บอย่างน้อย 115 คน

ความสูญเสียครั้งนี้ทำให้เกิดการตรวจสอบย้อนหลังว่าข้อบกพร่องจุดใดที่นำไปสู่โศกนาฏกรรม รวมทั้งยังมีการสอบสวนที่ยังเดินหน้าอยู่ ไม่ว่าจะเป็นการดำเนินคดีกับเจ้าของบาร์ ไปจนถึงการสอบสวนเจ้าหน้าที่รัฐ

ต่อไปนี้คือความเปลี่ยนแปลงและความเคลื่อนไหวที่เกิดขึ้นหลังเหตุเพลิงไหม้ในสวิตเซอร์แลนด์ผ่านไปแล้วครึ่งปี

ออกคำสั่งห้ามใช้พลุหรือวัตถุที่ทำให้เกิดประกายไฟภายในอาคาร

.
คำบรรยายภาพ, ภาพถ่ายแสดงให้เห็นเปลวเพลิงเริ่มลุกไหม้บนเพดาน เหนือศีรษะของกลุ่มคนที่ถือขวดแชมเปญเหล่านี้จำนวน 5 ขวด โดยพวกเขายกมันสูงขึ้น

หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ได้เพียงหนึ่งวัน เบียทริซ พิลลูด อัยการสูงสุดรัฐวาเลส์ กล่าวในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 2 ม.ค. ว่า "เราสันนิษฐานว่าไฟไหม้เกิดจากประกายไฟจากพลุที่ติดอยู่บนขวดแชมเปญ ซึ่งถูกยกขึ้นไปใกล้กับเพดานมากเกินไป" จึงทำให้เกิดไฟไหม้ชนิดฉับพลันและรุนแรง (flashover) ภายในบาร์ที่เกิดเหตุเกิด

จากการตรวจสอบภาพถ่ายและวิดีโอโดยบีบีซีเวริฟาย (BBC Verify) ซึ่งถูกเผยแพร่เป็นวงกว้างในสื่อสังคมออนไลน์ เผยให้เห็นเปลวเพลิงเริ่มลุกไหม้บนเพดานเหนือกลุ่มคนที่ถือขวดแชมเปญที่มีพลุไฟเย็นติดอยู่ปากขวด

การสอบสวนในเวลาต่อมามุ่งเป้าไปที่การตรวจสอบว่าโฟมซับเสียงบนเพดานที่ติดไฟนั้นเป็นวัสดุไวไฟหรือไม่ และติดตั้งถูกต้องตามมาตรฐานที่กำหนดหรือไม่

ฌาคส์ โมเร็ตติ เจ้าของบาร์เลอ คองสเตลลาซิยง ให้การต่อพนักงานสอบสวนว่าเขาซื้อโฟมดังกล่าวมาจากร้านจำหน่ายอุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน และติดตั้งด้วยตนเองระหว่างการปรับปรุงสถานประกอบการ หลังเข้าซื้อกิจการในปี 2015 รายงานของเดอะ การ์เดียน สื่อในสหราชอาณาจักร ระบุ

หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ได้ราวหนึ่งสัปดาห์ รัฐต่าง ๆ ของสวิตเซอร์แลนด์ออกประกาศห้ามจุดพลุหรือวัตถุที่ทำให้เกิดประกายไฟ (pyrotechnic) ภายในอาคารซึ่งเป็นพื้นที่สาธารณะ ต่อมาเมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา มีการบังคับใช้มาตรการห้ามจุดพลุหรืออุปกรณ์ที่ทำให้เกิดประกายไฟในพื้นที่สาธารณะที่ประชาชนเข้าถึงได้ทั่วประเทศสวิตเซอร์แลนด์

เจ้าของบาร์ถูกดำเนินคดี

.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ฌาร์ค และ เจสสิกา โมเร็ตติ สองสามีภรรยาชาวฝรั่งเศสที่เป็นเจ้าของบาร์เลอ คองสเตลลาซิยง

ฌาร์ค และเจสสิกา โมเร็ตติ สองสามีภรรยาชาวฝรั่งเศสที่เป็นเจ้าของบาร์ ให้การกับพนักงานสอบสวนว่าพวกเขาดำเนินการปรับปรุงร้านด้วยตัวเองหลังเข้ามารับช่วงบริหารบาร์แห่งนี้ในปี 2015

สวิสอินโฟ (Swissinfo) รายงานว่าหนังสือพิมพ์บลิก (Blick) ซึ่งเป็นสื่อท้องถิ่นสามารถตามเก็บภาพที่ถูกลบออกจากสื่อสังคมออนไลน์ในเวลาต่อมาได้ และเผยให้เห็นบันไดเชื่อมระหว่างบาร์ชั้นใต้ดินกับชั้นล่างที่ถูกทำให้แคบลงหลังจากบาร์ดังกล่าวถูกปรับปรุงต่อเติม โดยการเปลี่ยนแปลงนี้ทำให้เกิดจุดคอขวด ขัดขวางการอพยพของผู้ใช้บริการเมื่อเกิดเหตุเพลิงไหม้

ในรายงานเดียวกันนี้ ยังอ้างถึงการตรวจสอบโดยสำนักข่าวเอ็นแซดแซด อัม ซอนเทค ซึ่งเป็นสื่อท้องถิ่นว่า ตลอดช่วง 11 ปี ที่ผ่านมาไม่พบการเผยแพร่คำขออนุญาตปรับปรุงอาคารดังกล่าวในราชกิจจานุเบกษาของรัฐวาเลส์ ซึ่งโดยปกติคำขออนุญาตก่อสร้างหรือปรับปรุงอาคารจะต้องได้รับการประกาศต่อสาธารณะ จึงยังไม่แน่ชันว่าการปรับปรุงต่อเติมอาคารถูกต้องหรือไม่

บาร์ดังกล่าวยังถูกกล่าวหาว่าติดตั้งประตูทางเข้าหลักไม่เป็นไปตามหลักป้องกันอัคคีภัย รวมทั้งถูกกล่าวหาว่าประตูทางออกฉุกเฉินบางแห่งถูกล็อกหรือใช้งานไม่ได้

ขณะนี้เจ้าของบาร์ทั้งสองคนถูกตั้งข้อหา 3 ข้อหา ได้แก่ กระทำการโดยความประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และการวางเพลิงโดยประมาท

เจ้าหน้าที่รัฐถูกสอบสวน

Mayor of Crans-Montana Nicolas Feraud looks out from a car leaving an hearing as part of the investigation over the fire that broke out in the bar "Le Constellation" during New Year celebrations, claiming 41 lives, most of them teenagers, and injuring 115 others, in Sion, western Switzerland, on April 13, 2026. (Photo by Fabrice COFFRINI / AFP via Getty Images)

ที่มาของภาพ, AFP via Getty Images

คำบรรยายภาพ, นีโคลาส เฟโรด์ นายกเทศมนตรีเมืองครองส์-มอนทานา

หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่บาร์เลอ คองสเตลลาซิยง การสอบสวนเบื้องต้นพบข้อสงสัยหลายประการ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่ใช้ทำแผ่นโฟมซับเสียง บันไดที่แคบลงจนเป็นคอขวด ประตูทางออกที่ถูกกล่าวหาว่าไม่ได้มาตรฐานตามหลักป้องกันอัคคีภัย และทางออกฉุกเฉินที่ใช้งานไม่ได้

สิ่งเหล่านี้ทำให้เกิดคำถามว่าเหตุใดมันจึงไม่ถูกตรวจพบในการตรวจสอบประจำปี หรือไม่ได้รับการแก้ไขก่อนเหตุร้ายจะเกิดขึ้น

ทว่าเรื่องที่ช็อกชาวสวิสมากที่สุดคือข้อมูลที่ได้รับการเปิดเผยในเวลาราวหนึ่งสัปดาห์หลังเกิดเหตุสลด

นีโคลาส เฟโรด์ นายกเทศมนตรีเมืองครองส์-มอนทานา เปิดเผยว่าบาร์แห่งนี้ไม่เคยได้รับการตรวจสอบด้านความปลอดภัยจากเหตุอัคคีภัยตั้งแต่ปี 2019 และเขาเพิ่งทราบเรื่องนี้หลังเกิดเหตุเพลิงไหม้ที่เลอ คองสเตลลาซิยง ทั้งที่ตามกฎหมายแล้วต้องได้รับการตรวจสอบทุก ๆ 12 เดือน

เขายังบอกด้วยว่าในปี 2025 มีสถานประกอบการในเมืองครองส์-มอนทานา เพียง 40 แห่ง จากทั้งหมด 128 แห่งที่ได้รับการตรวจสอบความปลอดภัยด้านอัคคีภัย

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงสาเหตุ เฟโรด์ไม่สามารถให้คำอธิบายได้ แต่กล่าวเป็นนัยว่าเมืองครองส์-มอนทานา อาจมีผู้ตรวจสอบไม่เพียงพอ เมื่อเทียบกับจำนวนอาคารและสถานประกอบการที่ต้องได้รับการตรวจสอบ

สำนักข่าวสวิสอินโฟรายงานเมื่อเดือน มี.ค. ที่ผ่านมาว่า สำนักอัยการของรัฐวาเลส์เปิดการสอบสวนทางอาญาต่อเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบด้านความปลอดภัยสาธารณะจำนวน 5 คน โดยหนึ่งในนั้นคือนิโคลัส นายกเทศมนตรีเมืองครองส์-มอนทานา รวมถึงอดีตสมาชิกสภาเทศบาลที่รับผิดชอบด้านความปลอดภัยสาธารณะ

เหตุโรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว เจ้าหน้าที่ดำเนินการอะไรแล้วบ้าง

.

ที่มาของภาพ, Thai news pix

เหตุเพลิงไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว ซึ่งตั้งอยู่บริเวนหน้าห้างยูเนี่ยนมอลล์ ใกล้กับซอยลาดพร้าวซอย 1 ถนนลาดพร้าว แขวงจอมพล เขตจตุจักร กทม. เกิดขึ้นในช่วงเวลาประมาณ 23.40 น. ของคืนวันที่ 12 ก.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 30 คน และบาดเจ็บ 76 คน

หลังเกิดเหตุไม่ถึง 24 ชั่วโมง พล.ต.ต.เกียรติคุณ สนธิเณร ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 2 (ผบก.น.2) ตั้งคณะทำงานติดตามคดีเหตุไฟไหม้โรงเบียร์ ณ ลาดพร้าว โดยแบ่งสอบพยานออกเป็น 6 กลุ่ม ได้แก่ กลุ่มพนักงาน-นักดนตรี, ผู้ได้รับบาดเจ็บ, เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐาน เจ้าพนักงานที่มาร่วมตรวจสอบที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่มูลนิธิต่าง ๆ, และผู้เชี่ยวชาญด้านต่าง ๆ เพื่อความสะดวกในการสอบปากคำและรวบรวมข้อมูล

ส่วนเจ้าของร้านนั้น ขณะนี้ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากเหตุการณ์ และอยู่ระหว่างการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤต (ICU) จากโพสต์ของร้านเมื่อวานนี้ (13 ก.ค.)

พล.ต.ต.เกียรติคุณบอกว่าในตอนนี้ยังไม่มีการกล่าวหาบุคคลใด ทั้งนี้ทางตำรวจจะประสานไปยังสำนักเขตจตุจักรเพื่อขอสอบปากคำเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในประเด็นเกี่ยวกับการก่อสร้างต่อเติมอาคาร รวมถึงการขออนุญาตต่าง ๆ ของสถานประกอบการด้วย