สหรัฐฯ เตรียมยกพลขึ้นบกในตะวันออกกลางจริงหรือไม่ เรารู้อะไรแล้วบ้าง ?

ที่มาของภาพ, Reuters
ประธานรัฐสภาของอิหร่านกล่าวหาสหรัฐอเมริกาว่ากำลังวางแผนโจมตีภาคพื้นดินในทางลับ พร้อมบอกว่ากองทัพอิหร่านกำลังรอรับทหารชาวอเมริกัน "เพื่อที่จะยิงใส่พวกเขาได้" ในขณะที่สหรัฐฯ ทยอยเสริมกำลังเข้ามาในภูมิภาค
คำกล่าวของประธานสภาอิหร่านมีขึ้นหลังรายงานของหนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ ระบุว่ากระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ หรือเพนตากอนได้เตรียมการมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้วสำหรับปฏิบัติการภาคพื้นดินในอิหร่าน แม้จะไม่ชัดเจนว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะอนุมัติแผนการนี้หรือไม่
ช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา มีรายงานว่าเรือรบยูเอสเอส ตริโปลี (USS Tripoli) ของสหรัฐฯ ซึ่งบรรทุกลูกเรือราว 3,500 นาย พร้อมยุทโธปกรณ์ต่าง ๆ ได้เดินทางถึงภูมิภาคตะวันออกกลางแล้ว
การส่งเรือลำดังกล่าวเข้าพื้นที่มีนัยอะไร และสหรัฐฯ กำลังเตรียมแผนโจมตีภาคพื้นดินในตะวันออกกลางจริงหรือไม่ ?
สหรัฐฯ ส่งเรือ "ยูเอสเอส ตริโปลี" เข้าตะวันออกกลาง
บีบีซีนิวส์ รายงานเมื่อวันเสาร์ (28 มี.ค.) เวลา 23.23 น. ตามเวลาไทย ว่าเรือรบยูเอสเอส ตริโปลี (USS Tripoli) ของสหรัฐฯ ได้เดินทางถึง "พื้นที่รับผิดชอบ" ของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ หรือ เซ็นคอม (US Central Command - CENTCOM) แล้ว โดยอ้างอิงจากโพสต์บนเอ็กซ์ (X) ของกองบัญชาการฯ
แม้จะไม่มีการเปิดเผยพิกัดที่แน่ชัด แต่พื้นที่ที่เรียกว่าอยู่ในความรับผิดชอบของกองบัญชาการกลางสหรัฐฯ มีขอบเขตทั่วทั้งทางตะวันออกเฉียงเหนือของแอฟริกา, ภูมิภาคตะวันออกกลาง ไปจนถึงเอเชียกลางและเอเชียใต้
ก่อนหน้านี้สื่อสหรัฐฯ รายว่าเรือดังกล่าวจะนำหน่วยพร้อมรบสะเทินน้ำสะเทินบกที่ถูกส่งไปยังภูมิภาคตะวันออกกลาง โดยหน่วยที่นำโดยเรือยูเอสเอส ตริโปลี นี้ โดยปกติจะประกอบไปด้วยกะลาสีเรือและนาวิกโยธินราว 5,000 คน ที่ถูกกระจายกำลังไปยังเรือรบแต่ละลำ
โดยก่อนหน้านี้ เรือรบลำดังกล่าวเคยประจำการอยู่ในญี่ปุ่น
บีบีซีนิวส์ ยังรายงานเพิ่มเติมในวันอาทิตย์ (29 มี.ค.) ว่ากองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ได้ยืนยันในเวลาต่อมาว่าเรือรบยูเอสเอส ตริโปลี ได้เข้ามาถึงภูมิภาคตะวันออกกลางแล้ว
โดยกองบัญชาการกลางฯ ระบุผ่านโซเชียลมีเดียว่าเรือลำดังกล่าวได้บรรทุกกะลาสีเรือและนาวิกโยธินราว 3,500 นาย ไปจนถึงเครื่องบินขนส่งและเครื่องบินขับไล่จู่โจม
อิหร่านยันกองทัพ "พร้อมรอรับ" ทหารสหรัฐฯ เข้ามายังภูมิภาค
แคธริน อาร์มสตรอง ผู้สื่อข่าวบีบีซีนิวส์รายงานว่า ประธานรัฐสภาของอิหร่านได้กล่าวเตือนว่ากองกำลังของอิหร่านกำลัง "รอรับทหารอเมริกัน" ในขณะที่มีการเสริมกำลังทหารสหรัฐฯ 3,500 นายมายังตะวันออกกลาง
โมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาของอิหร่าน ระบุว่าอิหร่านจะ "กระหน่ำยิงราวกับห่าฝน" (rain fire) ต่อกองกำลังใด ๆ ของสหรัฐฯ ที่พยายามจะล่วงล้ำเข้าสู่ดินแดนของอิหร่าน
กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ระบุผ่านเอ็กซ์ (X) ว่าเหล่ากะลาสีเรือและนาวิกโยธินที่เพิ่งมาถึงนั้น เป็นส่วนหนึ่งของหน่วยที่นำโดยเรือรบยูเอสเอส ตริโปลี (USS Tripoli) ซึ่งมีทั้งยุทโธปกรณ์สำหรับการจู่โจมและการขนส่ง
การมาถึงของพวกเขาเกิดขึ้นในขณะที่หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์รายงานว่า กระทรวงกลาโหมของสหรัฐฯ หรือเพนตากอน (Pentagon) ได้เตรียมการมาเป็นเวลาหลายสัปดาห์แล้วสำหรับปฏิบัติการภาคพื้นดินในอิหร่าน ขณะที่เจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ยังไม่ได้ยืนยันว่ากองกำลังภาคพื้นดินดังกล่าวจะถูกส่งไปประจำการที่ใด
ตามการรายงานของสื่อของรัฐอิหร่าน กาลิบาฟยังกล่าวด้วยว่า "ศัตรูได้ส่งสัญญาณถึงการเจรจาต่อรองผ่านสื่อสาธารณะ แต่ในขณะเดียวกันก็เตรียมการโจมตีภาคพื้นดินในทางลับ"
"ทรัมป์" ยังไม่ยืนยันชัดถึงแผนปฏิบัติการภาคพื้นดิน
อย่างไรก็ตาม ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ กลับส่งสัญญาณที่สับสนเกี่ยวกับช่วงเวลาที่สงครามจะสิ้นสุดลง เช่นเมื่อไม่กี่วันก่อน เขาทั้งบอกว่ามันใกล้จะจบลงแล้ว และก็บอกว่าเขากำลังพิจารณาอยู่ว่าจะดำเนินการใด ๆ เพิ่มเติมต่ออิหร่าน รวมถึงต่อพลังงานหรือไม่
ก่อนหน้านั้น ช่วงสัปดาห์ที่แล้ว สื่อสหรัฐฯ รายงานว่าฝ่ายบริหารของทรัมป์กำลังเตรียมการที่จะขออนุมัติงบฉุกเฉิน 2 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ (กว่า 6.5 ล้านล้านบาท) สำหรับปฏิบัติการทางทหารต่ออิหร่านที่กำลังดำเนินอยู่ ซึ่งบ่งชี้ว่าเขาต้องการให้มันดำเนินต่อไป
ทรัมป์ยังบอกกับนักข่าวในห้องทำงานรูปไข่ (Oval Office) ในสัปดาห์ก่อนหน้าด้วยว่า เขาจะไม่ส่งกองกำลังภาคพื้นดินไปยังอิหร่าน แต่ก็กล่าวเสริมว่า "ถ้าผมจะส่งลงไป ผมก็ไม่บอกคุณแน่ ๆ"
ด้านมาร์โค รูบิโอ รมว.ต่างประเทศของสหรัฐฯ เปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่า ในขณะที่สหรัฐฯ สามารถบรรลุวัตถุประสงค์ในสงครามได้โดยไม่ต้องอาศัยกองกำลังภาคพื้นดิน แต่ทรัมป์ก็ได้ "เตรียมความพร้อมไว้สำหรับเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้หลายประการ"
หนังสือพิมพ์วอชิงตันโพสต์ยังอ้างอิงแหล่งข่าวทางการสหรัฐฯ ที่ระบุว่า การปฏิบัติการภาคพื้นที่ใด ๆ ก็ตามที่อาจได้รับการอนุมัติจากทำเนียบขาวนั้น อาจประกอบไปด้วยการจู่โจมจากกองกำลังผสมระหว่างกำลังพลทั่วไปและหน่วยปฏิบัติการพิเศษต่าง ๆ แต่มันจะไม่ไปไกลถึงขั้นจะไปรุกรานอิหร่านอย่างเต็มรูปแบบ
เว็บไซต์แอ็กซิโอส (Axios) ยังรายงานด้วยว่าเพนตากอนกำลังพัฒนาทางเลือกทางการทหารต่าง ๆ ในการจัดการ "โจมตีครั้งสุดท้าย" (final blow) ต่ออิหร่าน ซึ่งอาจรวมถึงการใช้กองกำลังภาคพื้นดิน ตลอดจนการกระหน่ำทิ้งระเบิด
ก่อนหน้านี้สหรัฐฯ ได้ส่งยุทโธปกรณ์หลายอย่าง ทั้งเครื่องบินทิ้งระเบิด เครื่องบินรบ ไปจนถึงเรือบรรทุกเครื่องบินและเครื่องมือสกัดกั้นขีปนาวุธ ไปยังตะวันออกกลาง เพื่อเป็นส่วนหนึ่งของปฏิบัติการต่อต้านอิหร่าน
เรือยูเอสเอส เจอรัลด์ อาร์ ฟอร์ด (USS Gerald R Ford) เรือบรรทุกเครื่องบินที่ทันสมัยที่สุดของกองทัพสหรัฐฯ ไปถึงโครเอเชียเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา เพื่อซ่อมแซมหลังเกิดเพลิงลุกไหม้บนเรือที่ทำให้ลูกเรือหลายคนได้รับบาดเจ็บและก่อให้เกิดความเสียหายอย่างหนัก

ที่มาของภาพ, Getty Images
ทรัมป์ระบุว่าสหรัฐฯ อาจ "ยึดน้ำมันในอิหร่าน" และยึดเกาะคาร์ก
ล่าสุดบีบีซีนิวส์รายงานในวันนี้ (30 มี.ค.) ว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุกับหนังสือพิมพ์ไฟแนนเชียลไทมส์ (Financial Times) ว่าเขาอาจจะ "ยึดน้ำมันในอิหร่าน" และอาจจะยึดแหล่งศูนย์กลางเชื้อเพลิงหลักของอิหร่านในเกาะคาร์ก (Kharg Island) ด้วย
"ด้วยความสัตย์จริงกับพวกคุณเลยนะ สิ่งที่ผมชื่นชอบคือการยึดน้ำมันในอิหร่าน แต่พวกโง่ ๆ บางคนในสหรัฐฯ กลับบอกว่า 'ทำไมคุณทำแบบนั้นล่ะ' แต่พวกเขาคือคนโง่" ทรัมป์กล่าว โดยเขายังบอกใบ้ว่าความเคลื่อนไหวนี้อาจจะหมายถึงการยึดเกาะคาร์ก
"บางทีเราอาจจะยึดเกาะคาร์ก บางทีเราอาจจะไม่ เรามีหลายทางเลือก" ทรัมป์บอกกับไฟแนนเชียลไทมส์ "มันหมายความว่าเราจะต้องไปอยู่ที่นั่น [เกาะคาร์ก] ด้วย ในระยะเวลาหนึ่งเลย"
เมื่อถูกถามถึงการป้องกันของอิหร่านบนเกาะนั้น ทรัมป์กล่าวว่า "ผมไม่คิดว่าพวกเขามีการป้องกันใด ๆ นะ เราน่าจะยึดมันมาได้ง่าย ๆ เลย"
ความเห็นของประธานาธิบดีสหรัฐฯ มีขึ้นหลังจากที่มีการเสริมกำลังทหารสหรัฐฯ 3,500 นาย มายังภูมิภาคตะวันออกกลาง ในขณะที่กำลังมีกระแสความกังวลที่เพิ่มมากขึ้นว่าการเพิ่มความรุนแรงของสถานการณ์อาจทำให้กองกำลังของสหรัฐฯ ถูกโจมตีจากอิหร่านได้
ทรัมป์กล่าวเสริมว่าการเจรจาทางอ้อมระหว่างสหรัฐฯ กับอิหร่าน ผ่าน "ทูต" ของปากีสถาน กำลังคืบหน้าไปด้วยดี แต่เขาปฏิเสธที่จะให้ความเห็นว่าจะมีการบรรลุข้อตกลงการหยุดยิงได้โดยเร็วหรือไม่
"ข้อตกลงอาจเกิดขึ้นได้อย่างเป็นธรรมและรวดเร็ว" เขากล่าว
นอกจากนี้ หนังสือพิมพ์เดอะ วอลล์ สตรีท เจอร์นัล รายงานว่า ทรัมป์กำลังพิจารณาเกี่ยวกับปฏิบัติการทางทหารโดยมีเป้าหมายเพื่อสกัดยูเรเนียม 1,000 ปอนด์จากอิหร่านอีกด้วย
ทรัมป์ยังไม่ได้ตัดสินใจ แต่ "เจ้าหน้าที่ระบุว่าเขายังคงเปิดรับแนวคิดนี้โดยทั่วไป เพราะมันอาจช่วยให้บรรลุเป้าหมายหลักของเขาในการป้องกันไม่ให้อิหร่านสร้างอาวุธนิวเคลียร์ได้"
ในขณะนี้บีบีซีได้ติดต่อทำเนียบขาวและกระทรวงกลาโหมสหรัฐเพื่อขอความคิดเห็นแล้ว






























