เปิดประวัติศาสตร์อธิบาย การหยุดยิง หมายถึง การยุติสงครามหรือไม่ ?

Crowds of people gather in Tehran waving Iranian flags.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, ประชาชนจำนวนมากออกมารวมตัวกันในกรุงเตหะราน โบกธงและตะโกนคำขวัญ หลังสหรัฐฯ และอิหร่านประกาศข้อตกลงหยุดยิงแบบมีเงื่อนไขเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์
เวลาอ่าน: 9 นาที

อิหร่านและสหรัฐอเมริกาได้บรรลุข้อตกลงหยุดยิงแบบมีเงื่อนไขเป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์ โดยในช่วงเวลาดังกล่าวจะอนุญาตให้การเดินเรือสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้

ข้อตกลงดังกล่าวมีขึ้นหลังสหรัฐฯ และอิสราเอลร่วมเปิดฉากโจมตีอิหร่าน ซึ่งกินเวลามาแล้วกว่าหนึ่งเดือน และไม่กี่ชั่วโมงหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ขู่ว่า "อารยธรรมทั้งมวลจะล่มสลายลงในคืนนี้" หากอิหร่านไม่เปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการขนส่งน้ำมันและสินค้าเพื่อการส่งออกอื่น ๆ จากภูมิภาคอ่าวเปอร์เซียเพียงไม่กี่ชั่วโมง

ทรัมป์โพสต์ข้อความผ่านแพลตฟอร์มทรูธโซเชียล (Truth Social) ระบุว่า เขาตกลงยอมรับการหยุดยิงครั้งนี้เนื่องจาก "เรามีความก้าวหน้าในการทำข้อตกลงขั้นสุดท้ายว่าด้วยสันติภาพระยะยาวกับอิหร่าน และสันติภาพในตะวันออกกลางไปได้เป็นอย่างมาก"

"สหรัฐฯและอิหร่านได้ตกลงกันในประเด็นขัดแย้งต่าง ๆ ที่มีมาก่อนหน้านี้เกือบทั้งหมดแล้ว แต่ช่วงเวลาสองสัปดาห์นี้จะเป็นโอกาสให้หาข้อสรุปและทำให้มีผลบังคับใช้อย่างสมบูรณ์" เขากล่าว

"นับเป็นเกียรติที่ได้เห็นปัญหาระยะยาวนี้ใกล้ถึงจุดคลี่คลาย"

ต่อมา ทรัมป์ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า สหรัฐฯ ได้รับชัยชนะอย่าง "เบ็ดเสร็จและสมบูรณ์" โดยปราศจากข้อสงสัยใด ๆ

อย่างไรก็ตาม สภาความมั่นคงแห่งชาติสูงสุดของอิหร่าน (Supreme National Security Council - SNSC) ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังเผชิญกับ "ความล้มเหลวครั้งประวัติศาสตร์"

แถลงการณ์ของ SNSC ระบุเพิ่มเติมว่าจะมีการจัดการเจรจาขึ้นในปากีสถานภายในกรอบเวลาไม่เกิน 15 วัน เพื่อ "สรุปรายละเอียดให้แล้วเสร็จ" และ "ตอกย้ำชัยชนะของอิหร่านในสนามรบให้สถิตสถาพรในเวทีการเจรจาทางการเมืองด้วย"

U.S. President Donald Trump looks at Pakistan's Prime Minister Shehbaz Sharif during a world leaders' summit on ending the Gaza war, in Sharm El-Sheikh, Egypt, October 13, 2025.

ที่มาของภาพ, Reuters

คำบรรยายภาพ, (แฟ้มภาพ) ของเชห์บาซ ชารีฟ (ขวา) นายกรัฐมนตรีปากีสถานและประธานาธิบดีทรัมป์พบกันในช่วงการประชุมสุดยอดผู้นำของโลก เกี่ยวกับการยุติสงครามในกาซา ที่ประเทศอียิปต์ เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2025

เชห์บาซ ชารีฟ นายกรัฐมนตรีปากีสถานกล่าวว่า "ทั้งสองฝ่ายได้แสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาและความเข้าอกเข้าใจอันโดดเด่น และยังคงมีส่วนร่วมในการผลักดันสันติภาพและเสถียรภาพอย่างสร้างสรรค์"

"เราหวังเป็นอย่างยิ่งว่า 'การเจรจาที่กรุงอิสลามาบัด' จะประสบความสำเร็จในการนำไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืน และหวังว่าจะได้แบ่งปันข่าวดีเพิ่มเติมในอีกไม่กี่วันข้างหน้า"

ขณะเดียวกัน อันโตนิโอ กูแตร์เรส เลขาธิการสหประชาชาติได้เรียกร้อง "ให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกับความขัดแย้งในตะวันออกกลางในขณะนี้ ปฏิบัติตามพันธกรณีภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ และยึดมั่นตามเงื่อนไขของการหยุดยิงเพื่อปูทางไปสู่สันติภาพที่ยั่งยืนและครอบคลุมในภูมิภาค"

อย่างไรก็ตาม เช่นเดียวกับความขัดแย้งอื่น ๆ การเปลี่ยนผ่านจากการหยุดยิงระยะเวลา 2 สัปดาห์ ไปสู่สันติภาพระยะยาว ยังคงต้องอาศัยการทูตที่ชำนาญและรอบคอบอย่างยิ่ง

การหยุดยิงหมายถึงอะไร ?

ตามคำจำกัดความของสหประชาชาติ คำว่า "การหยุดยิง" (ceasefire) นั้นยังไม่มีคำนิยามใดที่เป็นเพียงอย่างเดียวและยอมรับร่วมกันในระดับสากล แม้ว่าคำดังกล่าวจะมีที่มาจากคำสั่งทางทหารว่า "หยุดยิง" ซึ่งมีความหมายตรงกันข้ามกับคำสั่งว่า "เปิดฉากยิง" (open fire)

ในทางปฏิบัติ คำว่า "การหยุดยิง" อาจหมายถึงสิ่งใดก็ได้ตามที่คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายตกลงกันไว้ระหว่างการเจรจา

คำนี้ยังมักถูกใช้สลับกับคำว่า "การพักรบ" (truce) และ "การสงบศึก" (armistice) อีกด้วย

อย่างไรก็ตาม สหประชาชาติระบุว่า มักมีความแตกต่างระหว่างคำว่า "การหยุดยิง" กับคำว่า "การยุติการสู้รบ" (cessation of hostilities)

โดย "การยุติการสู้รบ" มักหมายถึงข้อตกลงอย่างไม่เป็นทางการในการหยุดการต่อสู้

ขณะที่ "การหยุดยิง" มักมีลักษณะเป็นทางการมากกว่า และมักมาพร้อมกับข้อตกลงที่ระบุรายละเอียดต่าง ๆ อาทิ

  • วัตถุประสงค์ของการหยุดยิง
  • กระบวนการทางการเมืองที่จะดำเนินต่อไปหลังจากนั้น
  • ระยะเวลาที่การหยุดยิงจะเริ่มมีผลบังคับใช้
  • ครอบคลุมขอบเขตพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ใดบ้าง

ข้อตกลงดังกล่าวอาจระบุด้วยว่า กิจกรรมทางทหารใดได้รับอนุญาตหรือไม่ได้รับอนุญาต และจะมีการติดตามตรวจสอบการหยุดยิงอย่างไร

Rebel fighters in National Patriotic Front of Liberia in 1993

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การหยุดยิงที่ตกลงกันในปี 1993 นำไปสู่การยุติสงครามระหว่างรัฐบาลไลบีเรียกับกลุ่มกบฏแนวร่วมผู้รักชาติแห่งไลบีเรีย (ภาพประกอบ)

ตัวอย่างเช่น สงครามกลางเมืองในไลบีเรียยุติลงในปี 1993 หลังจากรัฐบาลเฉพาะกาลแห่งเอกภาพแห่งชาติ (Interim Government of National Unity) บรรลุข้อตกลงกับแนวร่วมผู้รักชาติแห่งไลบีเรีย (National Patriotic Front of Liberia) และขบวนการปลดปล่อยไลบีเรียเพื่อประชาธิปไตย (United Liberation Movement of Liberia for Democracy)

ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะยุติการนำเข้าอาวุธและกระสุน ไม่เปลี่ยนแปลงหรือโจมตีฐานที่มั่นทางทหาร ไม่ยุยงให้เกิดความเป็นปฏิปักษ์เพิ่มเติม และไม่ใช้ทุ่นระเบิดหรืออุปกรณ์ติดไฟในการสู้รบ

การหยุดยิงเกิดขึ้นถาวรหรือเพียงชั่วคราวเท่านั้น

สหประชาชาติระบุว่า คำตอบอาจเป็นได้ทั้งสองกรณี

ในบางครั้ง คู่ขัดแย้งในสงครามอาจตกลงกันในการหยุดยิงเป็นการชั่วคราว หรือในขั้นต้น

ทั้งนี้ อาจมีเป้าหมายเพื่อลดระดับความรุนแรง หรือเพื่อบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรม

ตัวอย่างเช่น เมื่ออิสราเอลและกลุ่มติดอาวุธที่นำโดยฮามาสตกลงหยุดยิงชั่วคราว ซึ่งมีผลระหว่างวันที่ 24-30 พ.ย. 2023 กลุ่มฮามาสได้ปล่อยตัวประกัน 105 คน แลกกับนักโทษชาวปาเลสไตน์ราว 240 คน

นอกจากนี้ การหยุดยิงในระยะเริ่มต้นอาจถูกใช้เพื่อสร้างบรรยากาศที่เอื้อต่อการเจรจา และช่วยวางแนวทางไปสู่การหยุดยิงอย่างถาวร หรือการหยุดยิงขั้นสุดท้ายในอนาคต

The leaders of Ethiopia and Eritrea shake hands after signing a peace deal in Algiers in 2000.

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, การหยุดยิงชั่วคราวในสงครามระหว่างเอธิโอเปียและเอริเทรียเมื่อปี 2000 นำไปสู่การลงนามข้อตกลงสันติภาพถาวรในเวลาต่อมา

ในเดือน มิ.ย. ปี 2000 เอธิโอเปียและเอริเทรียได้ลงนามในข้อตกลงเพื่อ "ระงับความขัดแย้ง" เพื่อเปิดทางให้มีการเจรจาหยุดยิงอย่างถาวร

ต่อมา ข้อตกลงดังกล่าวได้ถูกลงนามอย่างเป็นทางการในเดือน ธ.ค. ภายใต้ข้อตกลงแอลเจียร์ส (Algiers Agreement) ซึ่งนำไปสู่การยุติสงครามระหว่างทั้งสองประเทศ

อย่างไรก็ตาม ในหลายกรณี สงครามอาจดำเนินต่อไป เนื่องจากการหยุดยิงในระยะเริ่มต้นที่ล้มเหลว หรือเปราะบาง

สหประชาชาติ (UN) เคยเป็นผู้เจรจาข้อตกลงหยุดยิงหลายครั้ง ในความพยายามยุติสงครามกลางเมืองในเลบานอน ในปี 1978, 1981 และ 1982

แต่หลังจากการหยุดยิงแต่ละครั้ง การสู้รบกลับปะทุขึ้นอีก และสงครามซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ปี 1975 เพิ่งจะสิ้นสุดลงในปี 1990

ในบางสถานการณ์ คู่ขัดแย้งฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่าย อาจใช้การหยุดยิงในระยะเริ่มต้นเป็นโอกาสในการเสริมสร้างความได้เปรียบของตนในพื้นที่ภาคสนาม

โดยทั่วไป การหยุดยิงอย่างเด็ดขาด (หรือถาวร) มักเกิดขึ้นภายหลังจากที่คู่ขัดแย้งทั้งสองฝ่ายบรรลุการเจรจาสันติภาพได้โดยประสบความสำเร็จ

ข้อตกลงดังกล่าวมักครอบคลุมถึงการปลดอาวุธ หรือการถอนกำลังของกองกำลังที่ถูกระบุไว้ แต่การจัดการด้านความมั่นคงภายหลังข้อตกลง อาจยังคงดำเนินต่อไปอีกหลายปี หลังจากมีการลงนามแล้ว

A female IRA recruit in a mask receives weapons training in Londonderry in the 1970s

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ข้อตกลงกู๊ดฟรายเดย์ (Good Friday Agreement) ปี 1998 ในไอร์แลนด์เหนือ กำหนดให้ทั้งกองทัพสาธารณรัฐไอร์แลนด์ชั่วคราว (Provisional IRA) และกลุ่มฝ่ายภักดี ต้องปลดอาวุธ

ตัวอย่างเช่น ข้อตกลงกู๊ดฟรายเดย์ (Good Friday Agreement) เมื่อปี 1998 ในไอร์แลนด์เหนือ มีเนื้อหาที่กองทัพสาธารณรัฐไอร์แลนด์ชั่วคราว (Provisional IRA) และกลุ่มฝ่ายภักดี (Loyalist Group) เห็นพ้องที่จะนำอาวุธของตนไปเก็บไว้ "ให้อยู่ในสภาพที่ไม่สามารถนำมาใช้ได้อีก"

ข้อตกลงดังกล่าวยังประกอบด้วยข้อกำหนดที่มุ่งส่งเสริมสันติภาพและความปรองดองอย่างต่อเนื่องในไอร์แลนด์เหนือ

เช่น การคงพรมแดนระหว่างไอร์แลนด์เหนือกับสาธารณรัฐไอร์แลนด์ให้เปิดอยู่ เพื่อเอื้อให้การค้าขายข้ามพรมแดนเป็นไปอย่างราบรื่น โดยไม่มีแรงเสียดทานและไม่ต้องเสียภาษีศุลกากร

การหยุดยิงแบบจำกัดมีรูปแบบใดบ้าง

Freed Israeli hostages on a bus, November 2023

ที่มาของภาพ, Getty Images

คำบรรยายภาพ, ระหว่างที่มีการ "พักรบเพื่อเหตุผลด้านมนุษยธรรม" ในฉนวนกาซา อิสราเอลได้รับการปล่อยตัวประกัน 105 คน เพื่อแลกกับนักโทษชาวปาเลสไตน์ 240 คน

อิสราเอลและกลุ่มฮามาสเรียกการหยุดยิงชั่วคราวในเดือน พ.ย. 2023 ว่าเป็น "พักรบเพื่อมนุษยธรรม" (humanitarian pause)

การพักรบเพื่อมนุษยธรรมนี้ บางครั้งถูกนำมาใช้เพื่อลดระดับความรุนแรงของการสู้รบ หรือเพื่อบรรเทาวิกฤตด้านมนุษยธรรม

ตัวอย่างเช่น รัฐบาลซูดานเคยตกลงหยุดยิงกับกลุ่มติดอาวุธสองกลุ่ม คือ ขบวนการปลดปล่อยซูดาน (Sudan Liberation Movement) และขบวนการความยุติธรรมและความเท่าเทียม (Justice and Equality Movement) ทำให้การสู้รบในภูมิภาคดาร์ฟูร์ยุติลงเป็นเวลา 45 วัน เพื่อเปิดทางให้องค์กรด้านมนุษยธรรมสามารถส่งความช่วยเหลือไปยังประชาชนในพื้นที่ได้

ในปี 2004 หลังจากอินโดนีเซียเผชิญเหตุสึนามิ ทั้งรัฐบาลอินโดนีเซียและขบวนการปลดปล่อยอาเจะห์ (Free Aceh Movement) ต่างประกาศหยุดยิง เพื่อให้สามารถส่งความช่วยเหลือไปยังพื้นที่ที่ก่อนหน้านั้นมีการสู้รบกันได้

นอกจากนี้ ยังอาจมีข้อตกลงหยุดการสู้รบในพื้นที่ใดพื้นที่หนึ่งโดยเฉพาะ เรียกว่า "การหยุดยิงเชิงภูมิศาสตร์" (geographical ceasefire)

ในปี 2018 สหประชาชาติเป็นตัวกลางในการเจรจาข้อตกลงระหว่างรัฐบาลเยเมนและกลุ่มฮูตี เพื่อยุติการสู้รบในพื้นที่รอบท่าเรือโฮเดดาห์ริมทะเลแดง โดยมีเป้าหมายเพื่อคุ้มครองประชาชนในพื้นที่ดังกล่าว